ีเยี่ยก็วางใจได้อย่างสมบูรณ์นี่ก็ถือว่าพวกเขาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ในขอบเขตของตัวเองแล้ว “พวกเขารู้เรื่องที่คุณมาหรือเปล่า?”“ฉันไม่ได้บอกพวกเขา” จี้เนี่ยนยักไหล่ “คนที่มาปะทะกับนายคือเทพเจ้า ถึงพวกเขามาก็ไม่ช่วยอะไรมาก การช่วยนายแล้วหนีเอาชีวิตรอดแบบนี้ยิ่งมีคนน้อยยิ่งดี อีกอย่าง… รถฉันก็บรรทุกได้แค่สองคน”“ขอบคุณนะครับ” หลินชีเยี่ยกล่าวอย่างจริงใจการที่จี้เนี่ยนไม่ได้พาชิงอวี๋และคนอื่นๆ มาด้วย ก็เป็นการปกป้องทางอ้อมอย่างหนึ่ง ถ้าพวกเขารู้ว่าเขาตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจะต้องรีบมาช่วยโดยไม่คำนึงถึงอะไรทั้งสิ้น ถ้าเกิดการต่อสู้วุ่นวายขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น“ต่อจากนี้นายมีแผนอะไร?” จี้เนี่ยนถาม“กลับไปยูโทเปียก่อน ปรับสภาพร่างกายสักหน่อยแล้วค่อยใช้จอกศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในแอสการ์ด หาโอกาสทำภารกิจให้สำเร็จ” หลินชีเยี่ยตอบอย่างสงบ“ก็ดีนะ เพิ่งหนีตายจากเทพเจ้าหลายองค์มา ควรพักผ่อนบ้างจริงๆ”จี้เนี่ยนพูดจบก็นอนลงบนเมฆพลิกกายที่นุ่มนวล ถอนหายใจยาว รู้สึกสบาย และผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกเธอเหลือบมองไปทางด้านข้าง เห็นหลินชีเยี่ยนั่งหลังตรง ดูเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูใหญ่ จึงถามอย่างสงสัย“ทำไมนายถึงเครียดขนาดนั้น?”“……ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่รู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย” หลินชีเยี่ยมองไปรอบๆ พลางพึมพำ “ทำไมยังไม่มาอีก……”เวลาผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีแล้วนับตั้งแต่กิลกาเมชใช้เหรียญดารา แต่จนถึงตอนนี้ก็ย