ความสิ้นหวัง ความเศร้าโศก ความโกรธแค้นในตอนนั้น ราวกับรอยแผลเป็นที่ถูกสลักไว้บนกาลเวลา แม้จะผ่านไปร้อยปี แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ไต๋เสี่ยฮุดโจ้วแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่เคยจางหายไป“ต้าเซี่ย……” ซุนหงอคงพึมพำ กำหมัดแน่น“พี่ลิง คิดถึงต้าเซี่ยเหรอ?” หลินชีเยี่ยเดินมานั่งข้างกายเขา“หลังจากฉีกจีวรผืนนั้น บางสิ่งบางอย่างดูเหมือนจะรุนแรงขึ้น” ซุนหงอคงวางมือขวาบนหน้าอก พูดอย่างช้าๆหลินชีเยี่ยมองไปที่ตำแหน่งหัวใจของอีกฝ่าย ก่อนจะพยักหน้าก่อนหน้านี้เขาเคยคาดเดาไว้ว่า จีวรผืนนั้นแม้จะมอบพลังพุทธะที่แข็งแกร่งแก่ซุนหงอคง แต่ก็ผนึกอารมณ์ทางโลกของเขาไว้ด้วย ตอนนี้เมื่อจีวรถูกทำลาย อารมณ์ที่ซุนหงอคงซ่อนไว้ในส่วนลึกของจิตใจมาร้อยปี ย่อมพรั่งพรูออกมาอย่างรุนแรงเป็นธรรมดาหลินชีเยี่ยไม่อาจจินตนาการได้ว่า นั่นเป็นความรู้สึกแบบไหนซุนหงอคงดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “หลังจากที่ข้าออกจากโรงพยาบาลแล้ว เจ้ายังมีโอกาสสุ่มความสามารถของข้าอีกครั้งใช่หรือไม่?”“ใช่ครับ”“เช่นนั้นก็สุ่มตอนนี้เลย” ซุนหงอคงหยุดชั่วครู่ “ขอบอกไว้ก่อน ข้าไม่มีความสามารถเหมือนตาแก่เมอร์ลิน ข้าไม่สามารถโกงให้เจ้าได้ เจ้าจะได้พลังอะไร ล้วนขึ้นอยู่กับตนเอง”หลินชีเยี่ยไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี “ผมรู้ คราวนี้ผมจะทำเอง”เขาปล่อยจิตสำนึกจมดิ่งลงไปในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเจ้า……ภายใต้ความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของโรงพยาบาล หลังจากผ่านการทำลายล้างจากการต่อสู