ิ่มชนิดนี้มาเพื่อให้ลูกหลานจดจำว่าพวกเขาคือทายาทของอาณาจักรอูรุก และในร่างกายของพวกเธอไหลเวียนด้วยเลือดของอูรุก!เมืองอูจะเป็นเมืองของอูรุกตลอดไปเมื่อเห็นทุกคนคุกเข่าราวกับมดปลวกต่อหน้าตน มุมปากของอินันนาก็ยกขึ้นเล็กน้อย“นั่นถูกต้องแล้ว……คุกเข่าต่อข้าดีกว่าคุกเข่าต่อกษัตริย์ผู้กล้าของพวกเจ้า”เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทาลีที่กำลังจ้องมองตราลิ่มอย่างเหม่อลอยก็รู้สึกหัวใจสั่นสะท้านร่างกายที่แทบหมดเรี่ยวแรงของเธอเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ความเชื่อมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อนพลุ่งพล่านในใจดวงตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นอันน่าทึ่งเธอทาบตัวลงกับพื้น พลิกตัวอย่างยากลำบากเหมือนเต่า ร่างที่เดิมคุกเข่าอยู่กลิ้งจนนอนหงายขึ้นเธอยื่นมือข้างหนึ่งออกไปกำตราลิ่มข้างตัวแน่น ดวงตาที่ดื้อรั้นจ้องมองอินันนาบนฟ้า มุมปากซีดเซียวยกยิ้มขึ้นเธอไม่ได้เอ่ยปาก แต่สายตานั้นดูเหมือนจะบอกว่า‘ดูสิ ข้าไม่ได้คุกเข่าให้เจ้า!’‘ข้ารู้ว่าข้าจะตร้องตาย ข้ารู้ว่าข้าต่อต้านเจ้าไม่ได้ แต่แล้วอย่างไรล่ะ?’‘ถึงข้าจะกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้น……ข้าก็จะไม่มีวันคุกเข่าให้เจ้าเด็ดขาด!’เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของทาลีจากหางตา เหล่าคนชราที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเช่นกันก็เริ่มค่อยๆ เลียนแบบ ร่างกายที่มีหลังค่อมของพวกเขากลิ้งอย่างน่าเกลียดบนพื้นครึ่งรอบ เหมือนปลาตายที่พลิกตัว หันหน้าขึ้นฟ้าไปทางอินันนานี่คือความดื้อรั้นที่ไร้เสียง และเป็นการยืนหยัดที่ไร้เสียงเ