ไหวอย่างแข็งทื่อราวกับหุ่นกระบอกตามการเคลื่อนไหวนิ้วของชายชราซุนหงอคงชะงัก หันกลับไปมองกิลกาเมชที่กำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งบนบัลลังก์ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแทบจะเป็นปม“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง……” เขาพึมพำเทพเจ้าสามองค์ กษัตริย์ที่ถูกควบคุมเหมือนหุ่นเชิด และคลังสมบัติกษัตริย์ที่กำลังจะเปลี่ยนมือ……สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เขาคิดไว้มาก“เป็นแบบไหนกัน? เจ้าวานร เจ้าเห็นอะไรมา?” บรากีถามอย่างร้อนรนซุนหงอคงไม่พูดอะไร เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาวาววับด้วยแสงเย็นเยียบ“บรากี ออกไปซะ” ซุนหงอคงเอ่ยเสียงทุ้ม“ออกไป? แต่ว่า……”“ฟังข้า ออกไป” ซุนหงอคงก้าวเดิน สายลมอ่อนๆ พัดจีวรที่ขาดวิ่นของเขา เขาเดินตรงไปยังบัลลังก์สีดำที่กำลังโยกเยก พูดอย่างสงบว่า “หากไม่ไปยามนี้ ข้าไม่รับประกันว่าเจ้าจะไม่บาดเจ็บ”บรากีชะงัก เกาหัวแกรกๆ แล้วก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย กล่าวว่า “ได้ เช่นนั้นข้าออกไปก่อนนะ หากไม่มีอะไรแล้วอย่าลืมเรียกข้าด้วย!”เมื่อร่างของบรากีหายไปจากมานพลังสีทอง ซุนหงอคงก็หรี่ตาลง เดินไปที่หน้าบัลลังก์สีดำที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว“เจ้า! ข้าจะฆ่าเจ้า!!”“ผู้บุกรุกอูรุก ต้องตาย!”“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า……”จากการดิ้นรนของกิลกาเมช โซ่สีดำแตกหักเกือบหมดแล้ว เขาลุกขึ้นยืนครึ่งตัวจากบัลลังก์ที่แตกละเอียด ดูเหมือนคนบ้าที่กำลังโบกมือไปมาใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและเจตนาฆ่า แทบจะแนบชิดกับแก้มของซุนหงอคงซุนหงอคงมองดู