ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้คือทายาทของตระกูลช่างตีเหล็กที่กิลกาเมชทิ้งไว้ในคลังสมบัติกษัตริย์เมื่อครั้งโน้นนั่นหมายความว่าอาณาจักรอูรุกในอดีตยังคงเหลือสายตระกูลหนึ่งที่ไม่ได้สูญสิ้นไปอย่างสมบูรณ์ในขณะที่หลินชีเยี่ยกำลังครุ่นคิด ทุกคนก็ผลักรถเข็นไม้มาถึงกลางลานกว้าง ชายชราสวมเสื้อคลุมสีเทาถือไม้เท้าอยู่ในมือ รออยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว“ท่านเจ้าเมือง!”ชายฉกรรจ์ที่นำหน้าโบกมือด้วยความตื่นเต้น“พวกเจ้ากลับมาแล้วสินะ……” เจ้าเมืองมองถังเหล้าที่บรรทุกเต็มรถของทุกคน ใบหน้าเหี่ยวย่นปรากฏรอยยิ้ม“ดูเหมือนว่าวันนี้จะได้ผลงานดีทีเดียว”“ตั้ง 120 จินเลยนะท่านเจ้าเมือง! พอให้คนในเมืองดื่มได้หลายวันเลย!”“ทำได้ดีมาก เดี๋ยวให้แต่ละคนไปรับข้าวเพิ่มอีกคนละสองถุง”“ขอบคุณท่านเจ้าเมืองขอรับ!” ชายฉกรรจ์กล่าวขอบคุณซ้ำๆชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินมาด้านข้างหลินชีเยี่ยแล้วตบไหล่เขาทีหนึ่ง“ข้าว่านะเหล่าลิ่ว ไฉนเจ้าดูไม่มีความสุขเลยล่ะ?”มุมปากของหลินชีเยี่ยกระตุก พยายามฝืนยิ้มออกมา“อย่าไปฝืนเขาเลย……เหล่าลิ่ว พวกเราจะไปดื่มฉลองกัน เจ้าจะไปไหม?”หลินชีเยี่ยส่ายหัวทันที “ข้าไม่ไปหรอก”“เช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ”พวกชายฉกรรจ์ก็ไม่ได้บังคับ ต่างโอบไหล่กันและกัน หัวเราะร่าเดินจากไป ทิ้งให้หลินชีเยี่ยอยู่ตามลำพังบนลานกว้างเขากำลังจะหมุนตัวเดินจากไป แต่เจ้าเมืองก็พูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน“เหล่าลิ่ว เจ้ารอประเดี๋ยว”สายตาของหลินชีเยี่ยเข้มขึ้น เขา