กัน? เมืองเหรอ?” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ก้าวเดินตรงไปยังทิศทางที่มีเงาทะมึนปรากฏอยู่เงานั้นอยู่ห่างจากหลินชีเยี่ยมาก แม้ด้วยความเร็วของหลินชีเยี่ย ก็ต้องใช้เวลาเดินหลายชั่วโมงกว่าจะไปถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อระยะทางใกล้เข้ามา รูปร่างที่แท้จริงของเงาทะมึนนั้นก็ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นในสายตาของหลินชีเยี่ยมันคือกำแพงเมืองอิฐสีดำที่เปล่งแสงสลัวถูกวางซ้อนกันเป็นชั้นๆ แสงอาทิตย์ที่ส่องกระทบไม่สามารถสะท้อนกลับมาได้แม้แต่น้อยราวกับเป็นหลุมดำที่ทอดยาว กลืนกินแสงทั้งหมดที่ตกกระทบบนพื้นผิวหลินชีเยี่ยเดินขึ้นไปบนยอดเนินทรายใกล้ๆ แหงนมองกำแพงเมืองสีดำที่สูงตระหง่าน สีหน้าแสดงความประหลาดใจ“เป็นเมืองจริงๆ ด้วย……มนุษย์สร้างขึ้นมา หรือว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์พิเศษบางอย่างกันนะ?”ในขณะที่หลินชีเยี่ยกำลังสงสัย ตรงกลางของกำแพงเมืองสีดำ ประตูเมืองสีแดงเข้มขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ เปิดออกชายฉกรรจ์เปลือยท่อนบน รูปร่างล่ำสันแข็งแรงเจ็ดแปดคนลากรถเข็นไม้ที่บรรทุกถังเปล่าออกมาจากในเมืองพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานจากลักษณะการแต่งกายของพวกเขา ไม่ใช่ของยุคปัจจุบัน น่าจะมาจากยุคสมัยเดียวกับกิลกาเมช“หรือว่าจะเป็นลูกหลานของตระกูลช่างตีเหล็กที่มาจากอูรุกในสมัยก่อน?” หลินชีเยี่ยไม่ได้รีบร้อนเข้าไปในเมืองนั้น แต่กลับซ่อนตัวอยู่หลังเนินทราย ใช้พลังจิตแอบสังเกตคนเหล่านี้อยู่เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกลายร่างเป็นเงารัตติกาล แล้วค่อ