“พวกนายนี่รวดเร็วจริงๆ นะ?” หลินชีเยี่ยมองดูไป๋หลี่พั่งพั่งและเฉาเยวียนที่กำลังหัวเราะคิกคักอยู่หน้าโซฟาแล้วกล่าวอย่างจนปัญญา “เพิ่งมาถึงยูโทเปียได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง ก็กลมกลืนเข้ากับที่นี่ได้อย่างสมบูรณ์แล้วเหรอ?”หลังจากถูกหลินชีเยี่ยจับได้ ไป๋หลี่พั่งพั่งและเฉาเยวียนก็ย้ายจากห้องวีไอพีเอวันมาที่นี่ทันที ก่อนจะออกมาก็ไม่ลืมที่จะหยิบเครื่องดื่มและผลไม้ในห้องมาด้วย“ก็เบื่อๆ ไม่รู้จะทำอะไรน่ะ!” ไป๋หลี่พั่งพั่งเกาหัวแกรกๆ “เป็นเหล่าเฉาที่อยากมา ฉันก็แค่อยากอยู่ข้างๆ เขาเพื่อปกป้องเขาหน่อย……”เฉาเยวียนอ้าปากเหมือนจะแก้ตัวอีกสักสองสามประโยค แต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ล้มเลิกความคิดนั้นไปในสถานการณ์เช่นนี้ คำอธิบายที่ฝืนใจทั้งหมดล้วนไร้ประโยชน์“นี่ไม่ใช่ที่ลำดับเก้าหรอกเหรอ? คนคุ้นเคยเก่าแก่นี่นา!” ไป๋หลี่พั่งพั่งยิ้มพลางกล่าวด้วยความประหลาดใจ เขาจำเหอหลินได้ในทันที“เป็นพวกนายนี่เอง” เหอหลินกล่าวพลางยิ้ม เขาก็จำคนทั้งคู่ได้เช่นกัน “ไหนๆ ก็มาแล้ว มาดื่มด้วยกันสักหน่อยสิ”ไป๋หลี่พั่งพั่งกับเฉาเยวียนนั่งลงอย่างว่าง่าย สี่คนนั่งล้อมโต๊ะ ยกแก้วดื่มด้วยกัน“ดังนั้น การที่พวกนายมาที่ยูโทเปียครั้งนี้ ก็แค่มาเยี่ยมชมเท่านั้นเหรอ?” หลังจากทักทายกันครู่หนึ่ง เหอหลินจึงถามด้วยความสงสัยหลินชีเยี่ยส่ายหน้า “เปล่าครับ ครั้งนี้พวกเรามาเพื่อตามหาคน”“ตามหาคน? ตามหาใครอยู่เหรอ?”“โจวผิง”“ปรมาจารย์กระบี่ต้