หลังจากฟังประโยคนี้จบ ในสมองของหลินชีเยี่ยก็ฉายภาพเด็กชายอายุสิบกว่าปีถอดเสื้อเปื้อนเลือดเดินลงมาจากภูเขาขึ้นมาเอง‘สมกับเป็นพี่คนเท่จริงๆ…’ หลินชีเยี่ยรำพึงออกมา“เด็กคนนี้เสี่ยวเฉวียนสูญเสียความรักจากพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก แถมยังเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ป่าเถื่อน จิตใจบิดเบี้ยวผิดปกติก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้……ตอนนี้ที่เธอเห็น ดีขึ้นมากแล้ว ตอนที่เจ้าหนูเสิ่นพาเขากลับมาใหม่ๆ เขาจะเป็นเหมือนท่อนไม้ไม่ขยับเขยื้อน หรือไม่ก็เหมือนคนบ้าตะโกนโวยวาย แถมยังพยายามทำร้ายตัวเอง ฆ่าตัวตายถึงสองครั้ง พวกเด็กๆ อย่างเสี่ยวเยี่ยน เฉียนเฉิง ต่างก็ตกใจกลัวกันหมด ไม่กล้าเข้าใกล้เขาเลย มีแต่เจ้าหนูเสิ่นที่อยู่ข้างกายเขาตลอด และพาเขากลับมาใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติทีละน้อย”ผู้เฒ่าหลิวมองประตูเหล็กที่เปิดอ้า ถอนหายใจยาว“สำหรับเสี่ยวเฉวียนแล้ว พี่ชิงจู่คือทุกสิ่งทุกอย่างของเขา……”“เป็นอย่างนี้นี่เอง” หลินชีเยี่ยพยักหน้าเขาเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามอีกครั้ง“อ้อใช่ ผู้อำนวยการหลิว เกี่ยวกับเหตุอัคคีภัยเมื่อสี่ปีก่อน ช่วยเล่าให้ผมฟังโดยละเอียดได้ไหม?”“อัคคีภัย?” ผู้เฒ่าหลิวชะงัก “ถามเรื่องนี้ทำไม?”“ผมแค่นึกขึ้นมาได้ว่าเคยได้ยินเสิ่นชิงจู่พูดถึงเรื่องนี้ ดูเหมือนว่ามันจะทิ้งบาดแผลทางจิตใจไว้บ้าง……ผมอยากยืนยันดูว่ามีอะไรที่พอจะช่วยได้บ้างไหม” หลินชีเยี่ยแต่งข้อแก้ตัวขึ้นมาลวกๆ“บาดแผลทางจิตใจ? เจ้าหนูนั่นยังมีอะ