ไรแบบนี้ด้วยเหรอ?” ผู้เฒ่าหลิวสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็พูดว่า “เรื่องอัคคีภัยนั่น ฉันก็จำไม่ค่อยได้แล้ว……ฉันจำได้แค่ว่าวันนั้น ฉันกำลังนอนหลับอยู่ในห้อง จู่ๆ ข้างนอกก็เกิดไฟไหม้ใหญ่ ล้อมหอพักเด็กๆ ไว้หมด ตอนนั้นฉันตกใจมาก ไม่ทันได้ใส่รองเท้า เอาน้ำราดตัวแล้ววิ่งเข้าไปในที่เกิดเหตุเลย แต่พอฉันวิ่งเข้าไปคานบ้านที่ถล่มลงมาก็ปิดกั้นทางเข้าออก ขังฉันกับเด็กๆ ไว้ข้างใน ในที่เกิดเหตุมีควันมาก เด็กๆ ร้องไห้อยู่พักหนึ่งแล้วก็หมดสติไป ตอนที่ฉันกำลังจะขาดอากาศหายใจ ข้างนอกก็มีเสียงร้องไห้ของเสี่ยวเฉวียนกับเสียงตะโกนของเจ้าหนูเสิ่นฉันก็รู้ว่าพวกเขาสองคนกลับมาแล้ว……หลังจากนั้น ฉันก็รู้สึกว่าอากาศแน่นขึ้น แล้วก็หมดสติไป พอตื่นขึ้นมาก็อยู่บนเตียงคนไข้แล้ว ได้ยินว่าเจ้าหนูเสิ่นแบกพวกเราออกมาทีละคน”หลินชีเยี่ยครุ่นคิด “แล้วสาเหตุของไฟไหม้ล่ะ? คืออะไรครับ?”“เรื่องนี้ ฉันก็แปลกใจมากเหมือนกัน……ตอนนั้นไฟไหม้ที่หอพักเด็ก แต่ที่นั่นไม่มีสิ่งที่ติดไฟได้เลย พวกผู้เชี่ยวชาญก็มาดูแต่ก็ไม่ได้ข้อสรุปอะไร โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ไม่งั้นเรื่องนี้คงใหญ่โตแน่” ใบหน้าของผู้เฒ่าหลิวปรากฏสีหน้าหวาดกลัว“แล้วตอนนั้น พวกคุณเห็นอะไรแปลกๆ ไหม? เช่น……สัตว์ประหลาด?”“สัตว์ประหลาด?” ผู้เฒ่าหลิวส่ายหน้า “ฉันไม่เห็นอะไรแบบนั้น”“……ผมเข้าใจแล้ว”หลินชีเยี่ยพยักหน้า จมอยู่ในความคิดจากการเกิดไฟไหม้ที่ไม่ทราบสาเหตุนั้น เห