ลไปเลยครับ เขาไม่เป็นอะไรจริงๆ”มองดวงตาที่เด็ดเดี่ยวของหลินชีเยี่ย ความสงสัยในใจของผู้เฒ่าหลิวก็จางหายไปบ้าง เขาพยักหน้า “ได้……ฉันเข้าใจแล้ว ช่วยบอกให้เขาส่งจดหมายกลับบ้านหลังจากภารกิจลับเสร็จสิ้น……อย่างนี้พวกเราก็จะสบายใจขึ้นบ้าง”“เมื่อเขากลับมา ผมจะบอกเขาเองครับ”หลินชีเยี่ยบอกลาผู้เฒ่าหลิว แล้วหมุนตัวเดินไปตามตรอกเขากางร่ม เดินไปในสายฝนพลางครุ่นคิดถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสังหารหมู่ตระกูลหลี่ หรือปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่ไม่มีสิ่งลี้ลับในเมืองหลินเจียง ทั้งหมดล้วนไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ต่อจากนี้ ความหวังเดียวคือการค้นหาสิ่งลี้ลับที่บินได้นั่น……ทันใดนั้น หลินชีเยี่ยราวกับรับรู้บางอย่าง จู่ๆ ก็หยุดเดินตอนนี้ เขาออกห่างจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาไกลแล้ว มาถึงทางแยกสี่แยกในตรอกฝนตกหนักเทกระหน่ำลงมาจากท้องฟ้า มองด้วยตาเปล่า บริเวณโดยรอบนอกจากละอองน้ำพร่าเลือน แทบมองไม่เห็นทิวทัศน์ในระยะไกล……ในตรอกที่เงียบสงัดเหลือเพียงเสียงฝนหลินชีเยี่ยกวาดตามองรอบด้าน ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย“นี่มัน……” เขาถือร่มด้วยมือซ้าย มือขวาที่ว่างเปล่าเปล่งแสงเวทมนตร์ ในชั่วพริบตาต่อมา ดาบยาวสีขาวดุจหิมะก็ปรากฏในมือของเขาตึง!!!เงาร่างสีดำพุ่งลงมาจากท้องฟ้าราวกับดาวตก กระแทกลงบนพื้นดินตรงหน้าหลินชีเยี่ยอย่างแม่นยำ!มันเป็นยักษ์ที่มีปีกค้างคาว เท้ามีเพียงสามนิ้ว มือทั้งสองข้างถือดาบ