ก…]ร่างของหญิงสาวหายไปจากหน้าจอโทรศัพท์ พร้อมกับเสียงซ่าๆ ที่หยุดลงกะทันหัน ทั้งคฤหาสน์จมอยู่ในความเงียบสงัด……วันต่อมายามเช้าตรู่หลินชีเยี่ยเปิดประตูห้องออกมา พลางหาวขณะเดินออกมาที่ลานบ้าน“ชีเยี่ย ตื่นเช้าจังนะ” เฉาเยวียนที่เพิ่งตื่นนอนเห็นหลินชีเยี่ยจึงทักทายด้วยรอยยิ้ม“เมื่อคืนนอนหลับสบายไหม?”หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “ก็ดีนะ หลับยาวจนถึงเช้าเลย แล้วนายล่ะ?”“ฉันนอนไม่ค่อยหลับ” เฉาเยวียนคลึงสันจมูกอย่างจนปัญญา “พั่งพั่งนอนกรนทั้งคืน เหมือนสว่านไฟฟ้าเลย……ต่อไปไม่ว่าจะพูดอะไรก็ไม่นอนกับเขาอีกแล้ว”ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่นั้น ผู้เฒ่าหลิวก็ถือหม้อใส่โจ๊กร้อนๆ เดินออกมาจากครัว เมื่อเห็นทั้งสองคน เขาก็เอ่ยปากอย่างประหลาดใจ“ตื่นกันเช้าจังนะ สมแล้วที่เป็นคนจากกองทัพ……มากินอาหารเช้ากันเถอะ”ชายหนุ่มทั้งสองสบตากัน แล้วก้าวเดินตามไปผู้เฒ่าหลิวหยิบถ้วยเปล่ามาหลายใบ แล้วตักโจ๊กร้อนๆ ใส่ทีละถ้วย เด็กๆ เดินออกมาจากหอพักเล็กๆ ด้วยสีหน้างัวเงีย แล้วนั่งล้อมโต๊ะรอกินอาหารเช้า“อ้าว? แล้วอูเฉวียนล่ะ?”เฉาเยวียนมองไม่เห็นอูเฉวียนในกลุ่มเด็กๆ จึงถามอย่างสงสัย“เขาน่ะเหรอ? ไปโรงเรียนแล้ว” ผู้เฒ่าหลิวเงยหน้าขึ้น ใช้คางชี้ไปทางหนึ่ง “โรงเรียนของพวกเขาอยู่ใกล้ๆ นี่เองแค่สองถนนเท่านั้น เขาเดินไปเองได้”“เกือบลืมไปเลย วันนี้เป็นวันจันทร์แล้ว” เฉาเยวียนพยักหน้าเล็กน้อย“กินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วค่อยไปไหม?”“ไม