กเขาก็ค่อยๆ หายลับไปที่ปลายถนนหลังส่งพวกหลินชีเยี่ยเสร็จ ผู้เฒ่าหลิวลูบหัวหลี่เสี่ยวเยี่ยนที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะถอนหายใจ แล้วหันหลังเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองเขาจับลูกบิดประตู ค่อยๆ หมุน แล้วผลักประตูเตรียมจะเดินเข้าไปในตอนนั้นเอง สายตาเหลือบไปเห็นบางอย่างบนพื้น ทำให้เขาชะงักงัน!บนพื้นด้านหน้าสำนักงาน มีบัตร ATM หลายใบกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ดูเหมือนว่าจะถูกสอดเข้ามาตามช่องประตูจากมุมต่างๆ แล้วร่วงหล่นลงมาไม่มากไม่น้อย ห้าใบพอดี……“ต้องกลับเมืองหลวงอีกแล้ว”ไป๋หลี่พั่งพั่งนอนเหยียดแขนขาบนเบาะรถ หาวอย่างเกียจคร้าน “ผมยังนอนไม่พอเลย……”“ตื่นสายขนาดนี้ ยังง่วงอีกเหรอ? เมื่อคืนคงไม่ได้ไปขโมยของมาหรอกนะ?” อันชิงอวี๋พูดล้อเล่นสีหน้าของไป๋หลี่พั่งพั่งพลันแข็งค้างไป“นายนอนบนเครื่องบินก็ได้ ยังไงก็ต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะถึงสนามบินหลินเจียง” เฉาเยวียนพูดแทรกขึ้นมาอย่างเหมาะเจาะ เปลี่ยนหัวข้อสนทนาให้ไป๋หลี่พั่งพั่ง“แต่……ทำไมฝนถึงตกหนักอีกแล้ว?”หลินชีเยี่ยหันไปมองนอกหน้าต่าง เห็นเพียงท้องฟ้าที่เมื่อครู่เพิ่งจะสว่างขึ้น กลับมืดลงอีกครั้ง ใต้เมฆดำทะมึนสายฝนเทลงมาราวกับน้ำตก บดบังทัศนวิสัยไปเกือบครึ่ง“แย่จัง ฝนแบบนี้เหมาะกับการนอนจริงๆ คุณชายน้อยขอนอนก่อนล่ะ”ไป๋หลี่พั่งพั่งปรับท่าทางเล็กน้อยแล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว ตามการขับรถที่ราบรื่นของเลขาจิน ในห้องโดยสารที่เงียบสงบ คนที่เหลือก็เริ่มง่วงนอนตา