พี่ชิงจู่เก่งมากเลย! ถึงกับทำลายองค์กรค้ายาเสพติดทั้งหมดได้คนเดียว!”“แน่นอนอยู่แล้ว! พี่ชิงจู่เก่งที่สุด สมัยก่อนในเมืองหลินเจียง ถ้าพูดถึงเรื่องต่อสู้ ใครจะสู้พี่ชิงจู่ได้? เขาไม่กลัวแม้แต่ไฟไหม้ใหญ่ แล้วจะไปกลัวพวกค้ายาเสพติดได้ยังไง?”เด็กๆ พากันพูดคุยกันอย่างออกรส“ไฟไหม้ใหญ่?” อันชิงอวี๋รู้สึกงุนงงอยู่บ้าง“อ๋อ ก็คืออัคคีภัยน่ะ” ผู้เฒ่าหลิวจิบเหล้าขาวแล้วพูดต่อว่า “ประมาณสี่ปีก่อนมั้ง ที่นี่เกิดอัคคีภัยโดยไม่คาดคิดหลังบ้านแถบนั้นถูกไฟไหม้เกือบหมด ตอนนั้นพวกเราติดอยู่ในบ้านเกือบถูกควันรมตาย ภายหลังก็เป็นเสี่ยวเสิ่นกับอูเฉวียนที่ออกไปซื้อผักกลับมาทันเวลา พุ่งเข้าไปในกองเพลิงช่วยพวกเราออกมาทีละคน ตอนนั้นไม่รู้เกิดอะไรขึ้น แค่รู้สึกว่าสมองมืดไปหมด แล้วไฟก็ดับ”“ตอนนั้นพวกเราตกใจกันมาก” หลิวเสี่ยวเยี่ยนตบอกด้วยความหวาดกลัว “ฉันยังจำได้จนถึงตอนนี้ ตอนนั้นอูเฉวียนที่ถูกทิ้งไว้นอกที่เกิดเหตุร้องไห้ตลอด ร้องเสียงดังมาก วันต่อมาเสียงแหบไปเลย”“อูเฉวียนตอนนั้นเป็นคนขี้ขลาดมากเลยนะ!” เฉียนเฉิงหัวเราะฮ่าๆ“ยังกล้าพูดถึงเขาอีก? ตอนนั้นนายติดอยู่ในกองเพลิง กลัวจนฉี่ราด”“หลิว… หลิวเสี่ยวเยี่ยน! เธออย่าพูดมั่วนะ!”“หึ! ใครพูดมั่วกัน?”“……”……หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ผู้เฒ่าหลิวได้จัดเตรียมห้องพักให้กับหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ จากนั้นก็พาเด็กๆ กลับไปนอนตอนที่สร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ขึ้นมา ผู้เฒ่า