้าเทพแห่งอียิปต์และเยี่ยฟ่านขอความช่วยเหลือจากเธอในความเลือนราง จี้เนี่ยนราวกับนึกถึงคำพูดที่เยี่ยฟ่านพูดกับเธอในระเบียงทางเดินก่อนที่เธอจะจากไปจากต้าเซี่ยในปีนั้น“จี้เนี่ยน ฉันขอถามเป็นครั้งสุดท้าย… เธอไม่ไปไม่ได้เหรอ?”“……”“ไม่มีอะไร… ถ้าเธอไม่คิดจะอยู่ต่อ เธอก็ไปเถอะ”ตอนนั้นจี้เนี่ยนยังไม่ทันสังเกตเห็นอะไร เพียงแค่รู้สึกว่าเยี่ยฟ่านดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่ตอนนี้คิดดูแล้ว ทุกอย่างดูเหมือนจะมีลางบอกเหตุมาตั้งแต่แรกมือที่กำวิทยุสื่อสารไว้ กำแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนข้อนิ้วเริ่มซีดขาว เธอสูดหายใจลึกแล้วพูดกับทั้งสามคนว่า “พวกนายจำได้ไหมว่าห้องอาหารอยู่ที่ไหน?”“จำได้”“ฉันสั่งให้คนเตรียมอาหารเย็นไว้ให้แล้ว พวกนายไปทานกันเถอะ……ฉันมีธุระนิดหน่อย เดี๋ยวจะตามไปทีหลัง”เมื่อพูดจบ จี้เนี่ยนก็เม้มริมฝีปาก หมุนตัวเดินเข้าไปในส่วนลึกของเรือ ทิ้งให้พวกหลินชีเยี่ยมองหน้ากันอย่างเงียบงัน พร้อมถอนหายใจยาวภายในห้องโดยสารจี้เนี่ยนก้าวเข้าไปในห้อง ล็อคประตูด้านหลัง เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนตัวลงพิงประตู นั่งลงบนพื้นเย็นเฉียบที่เป็นลายพิกเซลดวงตาดื้อรั้นแดงก่ำ เธอกัดริมฝีปากแน่น ไม่ยอมให้น้ำตาสักหยดไหลออกมาในห้องที่มืดมิดและเงียบสงัด จี้เนี่ยนกอดเข่าตัวเอง ค่อยๆ ยกวิทยุสื่อสารแบบพิกเซลขึ้นมา……กดปุ่ม“……มีใครอยู่ไหม?” เสียงของจี้เนี่ยนแผ่วเบา ราวกับกลัวจะรบกวนใครสักคน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ห