ในม่านหมอกแห่งความสับสน ดวงตาสีเทาของอันชิงอวี๋หรี่ลงเล็กน้อย“ใช่ แล้วยังไงล่ะ? ถึงนายจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อพลิกสถานการณ์ สุดท้ายก็ยังติดอยู่ในกับดักของฉันอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?”เมื่อได้ยินประโยคนั้น ร่างที่อยู่ใต้ต้นเมเปิ้ลจมอยู่ในความเงียบ มือทั้งสองที่ไพล่หลังค่อยๆ ลดลงมา แสงสลัววาบออกมาจากฝ่ามือของเขาเขาจ้องมองอันชิงอวี๋ในอนาคต แล้วเอ่ยอย่างเย็นชา“นายคิดว่าฉันจะฆ่านายไม่ได้เพราะมีสายธารแห่งกาลเวลากั้นอยู่เหรอ?”“คนอื่นอาจทำไม่ได้ แต่สำหรับหลินชีเยี่ยแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้……นายเป็นแบบนี้เสมอนี่” อันชิงอวี๋ในอนาคตเอ่ยแผ่วเบา “การลงมือข้ามสายธารแห่งกาลเวลา ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับนายและฉัน ฉันยืนอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้กับนาย ฉันแค่อยากเตือนนายเรื่องหนึ่ง”“อะไร?” ร่างนั้นพูดอย่างสงบอันชิงอวี๋ในอนาคตจ้องมองเขา แล้วเอ่ยทีละคำ“เกมหมากรุกของนายกับฉัน ยังไม่จบ”เมื่อสิ้นเสียง ดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความหม่นหมองก็ค่อยๆ ปิดลง ไม่พูดอะไรอีกอีกด้านหนึ่งของสายธารแห่งกาลเวลาสองสาย สองร่างจ้องมองกันและกัน ตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะเงาร่างใต้ต้นเมเปิ้ลหรี่ตาลงเล็กน้อย ราวกับกำลังครุ่นคิด สายตาด้านข้างเหมือนสังเกตเห็นบางอย่าง จึงหันศีรษะมองไปเล็กน้อยครู่ต่อมา เงาร่างนั้นแค่นเสียงเย็นชา หมุนตัวเดินเข้าไปในส่วนลึกของลานบ้านเขาโบกมือเบาๆ อาณาเขตที่ไม่รู้จักซึ่งค้ำจุนสายธารเวลาทั้งสองนี้ไว้ ก็ค