ยหันไปมองอันชิงอวี๋ที่นั่งอยู่บนก้อนหินอีกก้อน อีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมองเขาพอดี สายตาของทั้งสองสบกันกลางอากาศ บรรยากาศพลันตกอยู่ในความเงียบหลังจากผ่านไปนาน หลินชีเยี่ยจึงเอ่ยปากขึ้นก่อน “ชิงอวี๋……”“ฉันไม่รู้ว่าพวกเขากำลังพูดอะไร” อันชิงอวี๋ส่ายหน้าก่อนที่เขาจะถามจบ “ฉันไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต……ฉันรู้แค่ว่า ฉันจะเป็นตัวฉันตลอดไป”หลินชีเยี่ยชะงักอยู่กับที่ครู่ต่อมา เขายิ้มอย่างจนใจ สลัดความคิดสับสนในสมองทิ้งไป “อืม”ร่างสองร่างที่ปรากฏขึ้นเมื่อครู่นี้ มาจากอนาคตอีกนานเท่าไหร่ยังไม่อาจรู้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น มันก็เป็นเพียงบทสนทนาสั้นๆ หากเพียงแค่นี้แล้วตีความผิดๆ เริ่มสงสัยพี่น้องของตัวเอง เขาก็คงจะขี้ระแวงเกินไปแล้วไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร หลินชีเยี่ยเชื่อเพียงสิ่งที่ตัวเองเห็นในตอนนี้เท่านั้น“ฉันฟื้นตัวเกือบหมดแล้ว นายล่ะ?” อันชิงอวี๋เดินโซเซมาทางหลินชีเยี่ย รูบนร่างกายที่เกิดจากแมลงเล็กๆ กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูเหนือมนุษย์หลินชีเยี่ยมองรูเลือดที่เต็มไปทั่วร่างกายของตัวเอง แม้จะยังไม่หายดี แต่เลือดก็หยุดไหลแล้ว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าว “ฉันไม่เป็นไร……ตอนนี้ต้องรีบไปช่วยคนอื่นก่อน”