ถึงผู้ที่ขโมยหีบพันธสัญญาไปล้วนเป็นโอดิน มิคาเอลไม่มีทางปล่อยให้เขาจากไปได้อย่างแน่นอนหลังจากที่เทพเจ้าสูงสุดทั้งสองบุกทะลวงเขตแดนนรกติดต่อกัน ดินแดนที่เคยเป็นอาณาจักรของเทพชั่วร้ายแห่งนี้ก็จมดิ่งลงสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง เหลือเพียงเถ้าถ่านที่ร่วงหล่นลงมาจากรอยแยกบนท้องฟ้า โปรยปรายลงมาราวกับเกล็ดหิมะบนผืนดินสีแดงเข้มไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เงาดำหลายสายก็เดินออกมาจากทุกซอกทุกมุมของนรก ยืนอยู่ใต้หิมะแห่งเถ้าถ่านนี้ราวกับกลุ่มสาวกที่กำลังรับพิธีล้างบาป……สวรรค์เมื่อพลังของเทพเจ้าสูงสุดทั้งสองจากไป พื้นดินก็หยุดสั่นสะเทือน ในที่สุด พวกหลินชีเยี่ยที่ยืนอยู่หน้ากล่องไม้ที่ว่างเปล่า สบตากันและเห็นความขมขื่นในดวงตาของกันและกัน“ทูตสวรรค์เซราฟจะตามหีบพันธสัญญากลับมาได้หรือเปล่านะ?” อันชิงอวี๋ถอนหายใจ“เรื่องในระดับนั้น พวกเราไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้แล้ว” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า“กลับไปรอฟังข่าวบนเรือกันก่อนดีกว่า พี่คนเท่ยังรออยู่”“อืม”“……” สามคนยืนล้อมรอบขอบแท่นสูง มองหน้ากันไปมา จู่ๆ บรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบงันเจียงเอ่อร์ลองเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง [พระองค์บอกหรือเปล่าว่าเราควรกลับไปยังไง?]หลินชีเยี่ยแสดงสีหน้าประหลาด “……ดูเหมือนว่าไม่ได้บอกนะ”อันชิงอวี๋เงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูด “พระองค์บอกแค่วิธีเข้ามา ไม่ได้บอกวิธีออกไป บางทีอาจจะใช้ขั้นตอนเดียวกันก็ได้มั้ง?”