ู่สภาพเดิม“นี่คือ ‘ปาฏิหาริย์’ สินะ……ทุกคนต่างกล่าวว่ามิคาเอลเป็นกำลังรบอันดับหนึ่งของสวรรค์ ตอนนี้ดูเหมือนว่าชื่อเสียงนั้นไม่ได้เกินจริงเลย” เสียงของโอดินก้องกังวานอยู่ใต้ท้องฟ้า ดวงตาซ้ายอันลึกล้ำนั้นเปล่งประกายด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว “ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ การทำลายผนึกของดวงจันทร์ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย”“เจ้าอยากช่วยสัตว์ประหลาดพวกนั้นฆ่าข้าหรือ?” มิคาเอลถือดาบยักษ์สีทองด้วยมือเดียว ปีกสีขาวบริสุทธิ์ทั้งหกกระพือเบาๆ ภายใต้ท้องฟ้าสีแดงเข้ม ใบหน้าใต้แสงสว่างนั้นเย็นชาราวกับภูเขาน้ำแข็ง “แค่เจ้า ยังทำไม่ได้หรอก”ปีกทั้งหกกระพือแผ่วเบา ร่างกายหายวับไปจากที่เดิมอีกครั้งดวงตาของโอดินเปล่งประกายแวววาว ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ครู่หนึ่งต่อมา เขายกปลายนิ้วขึ้นแล้วลากไปตามท้องฟ้าสีแดงเข้มในท้องฟ้าที่มืดสลัว รอยแยกสีขาวพลันแตกออก เถ้าสีเทาขาวนับไม่ถ้วนราวกับหิมะที่โปรยปรายลงมา ร่วงหล่นลงสู่นรกมิคาเอลบินขึ้นไปกลางอากาศแล้วหยุดลง พระองค์ยื่นมือออกไปรับเถ้าชิ้นหนึ่ง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย“……นี่มันอะไรกัน?”โอดินชำเลืองมองแวบหนึ่ง แล้วใช้มือทั้งสองฉีกอากาศ เปิดช่องว่างในนรกขึ้นมา ทั้งร่างกระพริบวูบหนึ่งแล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก” มิคาเอลเห็นโอดินจากไป จึงแปรร่างเป็นลำแสงสีทองแล้วติดตามไปทันทีจากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ ผู้ที่ทำลายตราผนึกดวงจันทร์เมื่อห้าสิบปีก่อน รวม