เมื่อได้ยินเสียงนั้น หัวใจของหลินชีเยี่ยพลันเต้นแรง จึงหันหน้าไปมองผู้ที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นไท่ไป๋จินซิงที่เคยพบกันมาก่อนซุนหงอคงหรี่ตา วางสุราวิเศษในมือลง ร่างกายพลันวูบหายไปปรากฏตัวต่อหน้าไท่ไป๋จินซิง ผ้าจีวรครึ่งผืนปลิวไสวในสายลม เขายื่นมือคว้าคอเสื้อของไท่ไป๋จินซิง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยแรงกดดัน จ้องมองอีกฝ่ายตาเขม็ง“ข่านึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นเจ้าแก่คนนี้นี่เอง…”“ต้าเซิ่ง? เป็นต้าเซิ่งจริงๆ หรือ?” ไท่ไป๋จินซิงเบิกตากว้าง “ต้าเซิ่งกลับมาแล้วหรือ?!”“ไอ้แก่บ้าอย่าถามในสิ่งที่ไม่ควรถาม วันนี้ให้ทำเป็นไม่เคยเห็นข้า ห้ามบอกใครทั้งนั้น… เข้าใจหรือไม่?” ซุนหงอคงพูดอย่างดุดันหลินชีเยี่ยยืนอยู่ไกลๆ มองเงาด้านหลังของซุนหงอคงอย่างตะลึงงัน ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกผิดหรือไม่ แต่ตอนนี้ซุนหงอคงดูเหมือนจะไม่เหมือนกับไต๋เสี่ยฮุดโจ้วที่เพิ่งเปิดประตูห้องคนไข้ออกมาพร้อมรัศมีพุทธะสาดส่องเท่าไหร่… บนตัวเขามีเงาของฉีเทียนต้าเซิ่งเพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว”ไท่ไป๋จินซิงพยักหน้ารัวๆ เมื่อซุนหงอคงปล่อยเขา ไท่ไป๋จินซิงถึงได้ถอนหายใจแผ่วเบา “ต้าเซิ่ง ไม่ได้เจอกันร้อยปีเหตุใดนิสัยของท่านถึงกลับไปเป็นแบบเดิม……เอ่อ กลับไปเป็นแบบอิสระเหมือนเดิมอีกแล้ว? แล้วอีกอย่าง ท่านกลับมาสรวงสวรรค์แล้ว เหตุใดไม่ไปที่วังหลิงเซียวแต่กลับมาที่นี่?”ไท่ไป๋จินซิงเดินผ่านข้างซุนหงอคง สายตาตกลงบนแผ่นไม้สลักอักษ