“เล่ามาสิ เรื่องนี้มันเกิดอะไรขึ้น”หลินชีเยี่ยนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องผู้อำนวยการ มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋า มองดูหลี่อี้เฟยและบรากีที่ยืนก้มหน้าอยู่ตรงหน้า แล้วเอ่ยปากอย่างจนปัญญา“เป็นเพราะพี่บรากี!” หลี่อี้เฟยเบิกตากว้าง ก้าวออกมาด้วยความโกรธแค้น “วันนั้นพอพี่บรากีกลับมา รอบดวงตาก็แดงก่ำไปหมด วิ่งไปทั่วโรงพยาบาลเหมือนคนบ้า บอกว่า… บอกว่านายตายในสนามรบแล้ว ทำเอาทุกคนตกใจกันใหญ่ แม้แต่พี่ลิงกับติกิคิงก็ยังตกใจออกมาดู หลังจากนั้นพี่บรากีก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง บอกว่าเห็นกับตาว่านายใช้พลังเกินขีดจำกัดจนวิญญาณเหี่ยวเฉา พวกเราถึงได้เชื่อ!”ขณะที่ฟังหลี่อี้เฟยกล่าวหา บรากีที่อยู่ข้างๆ ก็ก้มหน้าลงต่ำเรื่อยๆ เหมือนเด็กที่ทำผิด รอจนกระทั่งหลี่อี้เฟยพูดจบ เขาจึงพูดเสียงเบาว่า“แต่… แต่ข้าเห็นจริงๆ นะ ตอนที่วิญญาณข้าออกจากร่างของเจ้า ร่างของเจ้าแทบไม่มีชีวิตเหลืออยู่แล้ว บาดเจ็บหนักขนาดนั้น ไม่น่าจะรอดชีวิตได้……”พอได้ยินแบบนั้น หลินชีเยี่ยก็ยกมือขึ้นกุมหน้าผากอย่างจนปัญญา แล้วโบกมือไปมา“พอเถอะๆ ฉันเข้าใจแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นความผิดของนาย……หลี่อี้เฟย นายไปอธิบายให้พวกพยาบาลเข้าใจด้วยว่าฉันไม่ใช่วิญญาณมาจุติ ให้พวกเขารีบทำใจให้สงบแล้วกลับไปทำงานตามปกติ”“ได้!! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลย!”หลี่อี้เฟยหมุนตัวเดินออกจากห้องผู้อำนวยการ ปิดประตู จากนั้นคนทั้งสองในห้องก็ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นมาจากนอกปร