แต่ดวงตาของเขายังคงสว่างไสวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“บทกวีโบราณทั้งในประเทศและต่างประเทศ ฉันได้ใช้หมดแล้ว……คราวนี้ ฉันอยากลองอะไรที่แตกต่างออกไปบ้าง”เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ในท่ามกลางพายุหิมะ เงยหน้ามองศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า มือขวาที่กำเหรียญตราแน่นยกขึ้นมาแนบขมับรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความจริงจังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเขายืนตัวตรงอยู่ตรงนั้น ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย เสียงของเขาแฝงไปด้วยจังหวะของความลึกลับบางอย่าง ก้องกังวานท่ามกลางสายลมและหิมะ“ฉัน… หลินชีเยี่ย ขอปฏิญาณต่อหน้าผู้คนทั้งหลายของต้าเซี่ย หากรัตติกาลมาเยือน……”……เสียงครวญครางของพายุหิมะ ก้องกังวานอยู่ระหว่างยอดเขา ทหารใหม่นับไม่ถ้วนมองดูสนามรบบริเวณศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ไกลออกไปอย่างเหม่อลอย ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นพวกเขาได้เห็นกับตาตัวเองถึงร่างที่สวมเสื้อคลุมสีแดงเข้ม ยืนอยู่ต่อหน้าเหล่าเทพเจ้าด้วยร่างกายของมนุษย์ธรรมดา ถูกโจมตีจนพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า บาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังดื้อดึงและมุ่งมั่นลุกขึ้นมายืนหยัดปกป้องศิลาศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งครั้งแรกที่เขาถูกเทพีแห่งท้องฟ้าสังหาร หัวใจของเหล่าทหารใหม่แทบหยุดเต้น ความสิ้นหวังและความเศร้าโศกอันไม่สิ้นสุดท่วมท้นหัวใจของพวกเขาครั้งที่สองเขาถูกเทพีแห่งชีวิตซัดลงไปในหลุมลึก เหล่าทหารใหม่รู้สึกสิ้นหวังราวกับตายทั้งเป็นเมื่อพวกเขาเห็นหลินชีเยี่ยที่ร่างก