ิ่นชิงจู่กระเพื่อมอย่างรุนแรง เขามองไปที่สนามรบในระยะไกล เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอเหลือเกิน อ่อนแอจนไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อต่อสู้ร่วมกับพี่น้องของตัวเองความโกรธ ความรู้สึกผิด ความไม่ยอมแพ้ อารมณ์เหล่านี้พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจของเขาเขา……ทำอะไรไม่ได้เลยในขณะที่เสิ่นชิงจู่จมอยู่กับความรู้สึกผิดอย่างลึกซึ้ง เขาเห็นว่าใต้ศิลาศักดิ์สิทธิ์ ร่างที่ไหม้เกรียมทั้งตัวนั้น ค่อยๆยกกำปั้นขึ้นแล้ววางไว้ข้างขมับ เสียงหนึ่งดังก้องไปทั่วฟ้าดิน“ฉัน… หลินชีเยี่ย ขอปฏิญาณต่อหน้าผู้คนทั้งหลายของต้าเซี่ย หากรัตติกาลมาเยือน……”ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ทหารใหม่ทั้งหมดที่อยู่ในที่นั้นต่างตะลึงงัน มีเพียงเสิ่นชิงจู่ เท่านั้นที่ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ และตอบสนองอย่างรวดเร็วเขานึกถึงคำพูดที่หลินชีเยี่ยเคยคุยกับเขาเมื่อไม่นานมานี้ และเดาได้ว่าหลินชีเยี่ยกำลังจะทำอะไรต่อไป‘บ้าชิบ!!’ในหัวของเสิ่นชิงจู่มีประกายวาบขึ้นมา เขาหันหน้าไปอย่างรวดเร็ว และตะโกนใส่ทหารใหม่ทั้งหมดที่อยู่รอบข้าง“พวกนายยังรออะไรกันอยู่!! บทเรียนสุดท้ายของครูฝึกหลินยังไม่จบ!! ทุกคน!! สาบานตามครูฝึกหลิน!!!”เสียงตะโกนของเสิ่นชิงจู่ปลุกทหารใหม่ทั้งหมดให้ตื่นจากความสับสน พวกเขารีบยืนตรง ยกมือขวากำหมัดแนบขมับ สายตาจ้องมองไปยังร่างที่ยืนตรงอย่างสง่างามแม้จะเต็มไปด้วยรอยไหม้ตรงหน้าศิลาศักดิ์สิทธิ์“ฉันฟางโม่ ขอปฏิญาณต่อหน้า