งไม่ทันได้พูดอะไรต่อ หลินชีเยี่ยก็หันไปมองทางไกล แย้มยิ้มเล็กน้อย“พวกเขามาถึงแล้ว……”ข้างนอกค่ายทหารชายแดน ชายอ้วนคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีแดงเข้ม กำลังนำทหารใหม่กว่าร้อยคนที่เดินกะเผลกและดูเหนื่อยล้า เดินมาทางนี้ ที่ท้ายแถว เสิ่นชิงจู่คาบบุหรี่ยืนเฝ้าอยู่เงียบๆทหารใหม่กว่าร้อยคนล้วนเป็นผู้รอดชีวิตจากการคัดออกติดต่อกันหกวัน และได้ปีนขึ้นไปถึงยอดเขากงเก๋อ ขณะนี้พวกเขาเดินโซเซ ร่างกายเต็มไปด้วยโคลน ดูเหมือนกลุ่มขอทาน แต่แววตาของพวกเขากลับเป็นเหมือนดาบล้ำค่าที่ถูกเจียระไนอย่างดี ส่องประกายแวววาวหลินชีเยี่ยมองไปรอบๆ เห็นหลูเป่าโย่ว ฟางโม่ ติงฉงเฟิง หลี่เจินเจิน ร่างที่คุ้นเคยเหล่านี้อยู่ในกลุ่มด้วย“ชีเยี่ย!”ไป๋หลี่พั่งพั่งเห็นหลินชีเยี่ย จึงโบกมือให้เขาด้วยรอยยิ้มคนหลังพยักหน้า สายตากวาดมองไปที่ทหารใหม่แล้วถาม “ทหารใหม่ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?”“ไม่มีหรอก มีผมอยู่จะมีอะไรได้?” ไป๋หลี่พั่งพั่งตบอกตัวเอง “นอกจากระหว่างทาง เงาของท่านอวี้ติ่งเจินเหรินมาเยี่ยมครั้งหนึ่ง จ้องมองที่ฟางโม่น้อยกับหลูเป่าโย่ว นอกนั้นก็ไม่มีอะไร”อวี้ติ่งเจินเหริน?หลินชีเยี่ยครุ่นคิด ในใจก็เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น พยัคฆ์ขาวที่ซ่อนอยู่ในร่างของฟางโม่นั้น ก็คือตัวที่อยู่ใต้บัญชาของอวี้ติ่งเจินเหริน เขารับรู้ถึงการมีอยู่ของฟางโม่ จึงไม่แปลกที่จะมาดู“แล้วไงต่อ?”“ต่อมาผมก็อธิบายให้เขาเข้าใจ แล้วเขาก็ไป” หลินชีเยี่ยพยักหน้า หม