ากลำบากที่สุดของสงครามครั้งนี้”หลินชีเยี่ยพยักหน้า จากนั้นก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยปากถามว่า“พระนาง ผมยังมีข้อสงสัยอีกหนึ่งข้อ”“พูดมา”“ในภาพฉายของกาลเวลาเมื่อร้อยปีก่อน ผมจำได้ว่าหนึ่งในหลักศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าเทพของต้าเซี่ยแปลงร่างมาอยู่แถวนี้ แต่ทำไมตอนนี้ถึงมองไม่เห็น” หลินชีเยี่ยมองไปรอบๆ พลางถามอย่างสงสัย“หลักศิลาศักดิ์สิทธิ์ยังอยู่ที่นี่ตลอด เพียงแต่ซ่อนรูปลักษณ์ภายนอกไว้เท่านั้น”ซีหวังหมู่ยกนิ้วขึ้นแสงสว่างสายหนึ่งพุ่งออกมา ตกลงเบาๆ บนจุดหนึ่งที่ขอบหมอก พร้อมกับแสงสว่างนั้นสาดผ่าน มุมหนึ่งของหลักศิลาสีดำก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางพายุหิมะ“นี่เป็นกลอุบายที่ตั้งขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์ธรรมดาค้นพบ แต่สำหรับเทพแล้ว สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันได้อย่างง่ายดาย คลื่นพลังเทวะที่มันแผ่ออกมาในทุ่งหิมะนี้ เหมือนกับดวงตะวันที่ส่องแสงเจิดจ้า”เมื่อซีหวังหมู่พูดจบ เธอก็มองไปยังทิศทางหนึ่ง ราวกับสัมผัสอะไรได้ “ข้ายังมีธุระ เจ้าออกไปเองเถอะ”ซีหวังหมู่ไม่รอให้หลินชีเยี่ยพูดอะไรอีก ก้าวออกไปทันที ร่างกลายเป็นแสงสีเขียวหายไปที่ขอบฟ้าหลินชีเยี่ยยืนอยู่ที่เดิมคนเดียว หันไปมองขอบหมอกอีกครั้ง เห็นหลักศิลาสีดำที่ค่อยๆ จางหายไปในพายุหิมะถอนหายใจยาว ก้าวเดินไปทางด่านชายแดนที่ที่เขาอยู่ ไม่ไกลจากด่านชายแดนคาอวี้เสิน แปลกที่ครั้งนี้หลินชีเยี่ยไม่ได้ใช้พลังเร่งความเร็ว แต่เลือกใช้ขาสองข้างเดินกล