เดียวในโลกที่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระในทันทีที่เห็นวิมานทองนั้น ม่านตาของเทพทั้งห้าหดเล็กลงฉับพลัน‘สรวงสวรรค์ของต้าเซี่ยซ่อนตัวอยู่เหนือเมืองสุริยันมาตลอดหรือ? ทำไมข้าถึงไม่รู้สึกถึงมันเลย?’เมื่อสรวงสวรรค์ปรากฏ เงาเทพสายแล้วสายเล่าพุ่งออกมาจากวิมาน แสงรุ้งหลากสีไหลเวียนในหมู่เมฆ กลายเป็นเงาเทพของต้าเซี่ยนับไม่ถ้วน ยืนตระหง่านอยู่บนก้อนเมฆ ก้มมองเมืองสุริยันอันยิ่งใหญ่เบื้องล่างเซียนคุนหลุนทั้งสิบสององค์ ท้าวจตุมหาราชา เทพเบญจทิศ ลิ่วติงลิ่วเจี่ย เป๋ยโต่วชีซิงจวิน……เมื่อเหล่าเทพเข้าประจำที่แล้ว ร่างอันสง่างามสวมฉลองพระองค์จักรพรรดิสีขาวดิ้นทอง สวมมงกุฎจักรพรรดิก้าวออกมาจากสรวงสวรรค์ เขายืนลอยอยู่กลางเวหา มองลงมายังเหล่าเทพแห่งเมืองสุริยันเบื้องล่างอย่างเย็นชา บารมีอันไร้ขีดจำกัดกดทับลงมาพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาใกล้เคียงกับเทพสูงสุดอย่างยิ่งเขาคือจักรพรรดิแห่งเหล่าเทพของต้าเซี่ย เง็กเซียนฮ่องเต้ริมฝีปากของเขาขยับเล็กน้อย เสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมด้วยอำนาจดังก้องในหมู่เมฆ“จัดทัพ”เงาเทพนับไม่ถ้วนลงมายืนบนก้อนเมฆ พลังเทวะรอบกายถูกเร่งเร้าพร้อมกัน บนท้องฟ้าสีเทา แสงดาวจุดเล็กๆเริ่มกะพริบ แสงดาวนับไม่ถ้วนแผ่ขยายออกไปดุจไฟป่าอย่างรวดเร็ว ปกคลุมท้องฟ้าทั้งผืนแสงดาวลวงตาค่อยๆ โปรยปรายลงมา ราวกับชามใบใหญ่ที่คว่ำลงมาครอบเมืองสุริยันไว้ ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง พลังน่าสะพรึงกลัวโปรยปร