่างไรกัน?! เขาทำได้อย่างไร?!”โลกิจ้องจ้องนักพรตที่ขี่วัวมาแต่ไกลเขม็ง ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเรียวยาวของเขาเป็นประกายวาววับ ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ดวงตาของ ‘เทียร์’ เทพแห่งสงครามลุกโชนด้วยความโกรธ เขากัดฟันกรอด ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว โค้งคำนับต่อโอดินบนบัลลังก์เทพ แล้วเอ่ยอย่างจริงจัง“ท่านพ่อ โปรดให้ลูกนำทัพนอร์สออกไปสู้ศึก! ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไม่ให้เขาบุกเข้ามาในวิหารเทพได้ นี่เป็นการดูหมิ่นแอสการ์ดของเรา!”โอดินบนบัลลังก์เทพละสายตาจากร่างของเต้าเต๋อเทียนจุน กวาดตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าเบาๆ“ไปเถอะ”“ขอรับ!”ดวงตาของเทียร์วาบขึ้นด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ลุกโชน เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง สะพายกระบี่แล้วพุ่งออกจากวิหารเทพ กลายเป็นลำแสงหายวับไป…………แอสการ์ด ถนนซันเซ็ตสตรีตบนถนนสายหลักที่ปูด้วยหยกซึ่งทอดยาวตรงจากสะพานสายรุ้งไปยังภูเขาเทพ มีนักพรตคนหนึ่งขี่วัวสีเขียวค่อยๆ เดินเหยียบอากาศมาเทพนอร์สจำนวนมากรวมทั้งผู้รับใช้และนางฟ้ารวมตัวกันอยู่สองข้างทาง จ้องมองนักพรตผู้ขี่วัวด้วยแววตาที่แตกต่างกัน บ้างก็หวาดกลัว บ้างก็สงสัย บ้างก็กังวล บ้างก็โกรธ……เทพนอร์สที่มามุงดูเหล่านี้ไม่ได้เก่งกาจในการต่อสู้ทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นเทพที่อ่อนโยนเหมือนบรากีที่เก่งแค่การเพาะปลูก ดนตรี ทอผ้า และแต่งกลอน สำหรับสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวจากต้าเซี่ยตรงหน้านี้ แทบไม่มีใครกล้าออกมาขวางทางเลยเต้าเต๋อเทียนจุนขี่วัวสีเ