ย!ภาพฉายของกาลเวลาเริ่มจางหายไปราวกับคลื่นน้ำ หมอกสีดำทึบนอกชายแดนค่อยๆ กลับคืนสู่สีเทาขาว ร่างไร้วิญญาณของสิ่งลี้ลับที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น พร้อมกับศพของตือโป๊ยก่ายและซัวเจ๋ง รวมถึงแอ่งเลือดที่แผ่ซึมอยู่ใต้ร่าง ค่อยๆ จางหายไปทีละน้อยจนไม่เหลือร่องรอยพลังการฉายภาพย้อนเวลาของกระจกคุนหลุนได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ท้องฟ้าที่มืดมัวหายวับไป แทนที่ด้วยความมืดสนิทดั่งหมึกของราตรีกาลไม่รู้ว่าเป็นเวลาใดแล้ว ระหว่างฟ้าดินไม่มีแสงสว่างแม้แต่น้อย ความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุดปกคลุมทุกซอกทุกมุมของที่ราบสูงปามีร์ ราวกับห้วงลึกแห่งความสิ้นหวังหลินชีเยี่ยทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหิมะ ไม่รับรู้ถึงสิ่งใดรอบตัวทันใดนั้น เสียงดังกังวานของกระบี่นับไม่ถ้วนก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่า ผสมปนเปกับเสียงลมหนาวที่พัดกรรโชกราวกับเสียงครวญครางด้วยความเศร้าโศกและเจ็บปวดหลินชีเยี่ยชะงักงัน เขาเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง มองไปรอบๆ มือขวาแตะที่หน้าอกของตัวเองแผ่วเบาเขาไม่รู้ว่าเสียงกระบี่เหล่านี้มาจากที่ไหน แต่เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ในเสียงกระบี่อันไร้ที่สิ้นสุดนี้ แฝงไว้ด้วยอารมณ์เดียวกับที่เขากำลังรู้สึก……ความเศร้าโศก ความไม่ยอมรับ ความโกรธแค้น!กระบี่……ก็มีความรู้สึกได้เหมือนกันเหรอ?ในชั่วขณะนั้น หลินชีเยี่ยราวกับตระหนักถึงบางสิ่ง เขาก้มหน้าพึมพำกับตัวเอง“สรรพสิ่งในใต้หล้า ล้วนมีจิตวิญญาณ กระบี่เป็นยอดของอาวุธทั้งปวง จิตวิญญ