ะของพวกเขาจะเสื่อมถอยลงเท่าไหร่ ส่วนมนุษย์ระดับสูงสุดอย่างโจวผิงก็สามารถเดินอยู่ในหมอกได้ชั่วคราวโดยไม่มีมาตรการป้องกันใดๆตอนนี้ดูเหมือนว่า หมอกแห่งการล้างผลาญที่ปรากฏขึ้นเมื่อร้อยปีก่อนกับหมอกที่หลินชีเยี่ยเคยเห็นนั้นไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลยหมอกที่หลินชีเยี่ยเคยเห็นเป็นสีเทาขาว แต่หมอกแห่งการล้างผลาญที่ปรากฏผ่านภาพฉายของกาลเวลาตรงหน้านี้กลับเป็นสีดำสนิทราวกับหมึก แม้ตัวเองจะไม่ได้เข้าไปในหมอก ก็ยังรู้สึกถึงความตายที่แผ่ออกมาจากมันเขามีลางสังหรณ์ว่าถ้าตัวเองเข้าไปในหมอกสีดำตรงหน้านี้ คงมีชีวิตอยู่ไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำขณะที่เขาและไต๋เสี่ยฮุดโจ้วเข้าใกล้หมอกมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่าเทพของต้าเซี่ยรอบๆ ก็มีจำนวนมากขึ้นเทพเจ้าแห่งสายฟ้าและมารดาแห่งสายฟ้าใช้สายฟ้าฟาดหมอกอยู่นาน ก็ไม่สามารถหยุดยั้งมันได้แม้แต่น้อยสีหน้าของพวกเขาดูไม่ดีเอาเสียเลย พวกเขาบินไปหาร่างแยกของซีหวังหมู่ที่ยืนตระหง่านอยู่บนท้องฟ้า แล้วคำนับอย่างขมขื่น“ทูลพระนางหวังหมู่ ผู้น้อยไร้ความสามารถ……”“นี่ไม่ใช่ความผิดของพวกเจ้า” ซีหวังหมู่เอ่ยเสียงนุ่มนวล “ไปพักผ่อนข้างๆ เถิด”มองดูทั้งสองคนก้มหน้าเดินไปด้วยความผิดหวัง ดวงตาของซีหวังหมู่ฉายแววอ่อนใจ เธอกวาดตามองไปรอบๆเห็นหลินชีเยี่ยขี่เมฆมา จึงส่งเสียงบอกเขา“หลินชีเยี่ย มาข้างกายข้าสิ”หลินชีเยี่ยได้ยินเสียงของซีหวังหมู่ก็ตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นรีบขี่เมฆพลิกกายบินขึ้นไปบนท้องฟ