้าสูงข้างกายอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วหลินชีเยี่ยยกมือคำนับ กวาดตามองไปรอบๆ เห็นเทพต้าเซี่ยต่างกำลังมุ่งความสนใจค้นหาจุดอ่อนของหมอกลวงตา ไม่มีใครสนใจที่นี่ จึงลดเสียงลงถามอย่างงุนงง“พระนาง ท่าน……”“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากถามอะไร” ซีหวังหมู่ค่อยๆ หลับตาลง “ข้าใช้กระจกคุนหลุนฉายภาพนี้ซ้ำ ย่อมมีเจตนา”หลินชีเยี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วลองถามอย่างระมัดระวัง “เกี่ยวกับภูเขากระบี่ที่ทอดยาวในเทือกเขาคุนหลุนหรือครับ?”ซีหวังหมู่ขมวดคิ้ว ดูเหมือนไม่คิดว่าหลินชีเยี่ยจะเดาได้ถึงจุดนี้ จึงพยักหน้ารับอย่างตรงไปตรงมา “ถูกต้อง ข้าหลอมกระบี่มาร้อยปี สร้างสุสานกระบี่คุนหลุน ตอนนี้เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย……ขั้นตอนนี้สำคัญอย่างยิ่ง”“การหลอมกระบี่กับการฉายภาพประวัติศาสตร์ซ้ำ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรเหรอครับ?” หลินชีเยี่ยถามอย่างงุนงง“สรรพสิ่งในใต้หล้า ล้วนมีจิตวิญญาณ กระบี่เป็นยอดของอาวุธทั้งปวง จิตวิญญาณยิ่งแกร่งกล้า” ซีหวังหมู่กล่าวเสียงเรียบ“การหลอมกระบี่ในโลกมนุษย์ หลอมเพียงกายไม่ได้หลอมจิต มีเพียงการหลอมจิตด้วยเจตจำนง ให้มันรับรู้อารมณ์ อารมณ์กับกระบี่สอดคล้องกัน หลอมกระบี่เปิดคม จึงจะทำให้จิตวิญญาณเชื่อมต่อกับเทพเจ้าได้”หลังจากฟังคำพูดนี้จบ หลินชีเยี่ยรู้สึกเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจความหมายคร่าวๆ คือ การหลอมเพียงกายกระบี่ยังไม่พอ ต้องใส่ ‘เจตจำนง’ ให้กระบี่ ทำให้กระบี่เกิด‘อารมณ์’ จึงจะสามารถทำให้จิตวิญญาณเชื่อมต่อ