่อยู่ตรงหน้าก็ยื่นมือออกมากดดาบตรงในมือของหลูเป่าโย่วลงพร้อมกับหันไปยิ้มพูดกับอวี้ติ่งเจินเหริน“ท่านเซียน เด็กคนนี้ไม่ใช่คนไม่ดีหรอก แค่เป็นรุ่นน้องที่มีนิสัยใจร้อน……ขอท่านเซียนอย่าได้ถือสาเลยนะ”ทันทีที่ไป๋หลี่พั่งพั่งปรากฏตัว สายตาของอวี้ติ่งเจินเหรินก็ละจากหลูเป่าโย่วมาจับจ้องที่เขาราวกับถูกตรึงไว้ ไม่อาจละสายตาไปไหนได้แม้แต่น้อยอวี้ติ่งเจินเหรินอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นดวงตาก็ฉายแววตกใจ“เจ้าคือ……”“ท่านเซียน” ก่อนที่เขาจะพูดจบ ไป๋หลี่พั่งพั่งก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ท่านได้ยินเสียงฟ้าร้องทางทิศตะวันตกไหม”ครืน!เสียงฟ้าร้องต่ำๆ ดังมาจากชายแดนหมอกทางทิศตะวันตกอวี้ติ่งเจินเหรินหันไปมอง เห็นเหลยกงและเตี้ยนหมู่ยืนอยู่บนก้อนเมฆ กำลังใช้สายฟ้าโจมตีหมอกอย่างเต็มกำลังแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการแผ่ขยายของมันได้แม้แต่น้อยอวี้ติ่งเจินเหรินหันกลับมา จ้องมองไป๋หลี่พั่งพั่งอยู่นาน ราวกับเข้าใจบางอย่างแล้วพยักหน้า “อ้อ เข้าใจแล้ว……เช่นนั้นขอตัวก่อนนะ”เมื่อพูดจบเขาก็ยกมือขึ้นคำนับ แล้วขึ้นขี่พยัคฆ์ขาวอีกครั้ง ก่อนจะกลายเป็นลำแสงสีรุ้งบินหายไปในหมอกไกลลิบเมื่อร่างของอวี้ติ่งเจินเหรินหายลับไปจากสายตาอย่างสิ้นเชิง ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ปัดหิมะบนเสื้อคลุมสีแดงเข้ม แล้วหันไปมองฟางโม่กับหลูเป่าโย่วทั้งสองคน พร้อมกับยิ้มบางๆ“เอาล่ะ พวกนายไปต่อเถอะ ฉันจะรอพวกนายอยู่บนยอดเขากงเก๋อ”