าก่อนปกคลุมอยู่เหนือหัวใจของทุกคน“หมอกมันหนาขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แล้วกำแพงล่ะ?”อันชิงอวี๋ขมวดคิ้วแน่น เขาจ้องมองหิมะหนาที่อยู่ใต้เท้า ก้มลงหยิบเกล็ดหิมะขึ้นมา แล้วครุ่นคิดอย่างจริงจัง“ไม่ถูก……ทุกอย่างที่นี่มันเป็นของปลอม”“ของปลอม?”ไป๋หลี่พั่งพั่งตกใจ กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วความมืดของรัตติกาลก็ตกลงมาในฐานที่มั่นชั่วคราว“ชีเยี่ย!” ไป๋หลี่พั่งพั่งเห็นหลินชีเยี่ยมาแล้ว ดวงตาเป็นประกาย “นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”“ฉันไม่เป็นไร”“นายเห็นพวกเทพต้าเซี่ยเหล่านั้นไหม? แล้วก็หมอกด้วย……”“ไม่ต้องกังวล” หลินชีเยี่ยตบไหล่เขาเบาๆ “ทุกสิ่งที่เราเห็นล้วนเป็นเพียงเงาสะท้อนของกาลเวลา……”หลินชีเยี่ยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทั้งสี่คนฟัง ทุกคนมองหน้ากัน แลต่างเห็นความไม่อยากเชื่อในดวงตาของอีกฝ่าย“ไม่คิดว่าจะมีสิ่งมหัศจรรย์แบบนี้ด้วย” เฉาเยวียนเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตะลึง“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการปกป้องทหารใหม่ และก็……”หลินชีเยี่ย พูดยังไม่ทันจบ สายตาด้านข้างของเขาเหมือนจะเหลือบเห็นบางอย่าง เสียงของเขาหยุดกะทันหันเขาหันไปมองยังขอบฟ้า เห็นร่างสีทองสวมจีวรกำลังเหยียบเมฆพลิกกายบินอย่างรวดเร็วไปทางหมอกท่ามกลางพายุหิมะ