เล็กน้อย แต่ก็กลับมาสงบนิ่งอย่างรวดเร็ว “มีอะไรเหรอ?”เหลิ่งเซวียนอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ส่ายหน้าอย่างเงียบๆ“ไม่มีอะไร……”ขณะที่พูดสามคำนี้ออกมา เขาก็เก็บกิ่งไม้ขึ้นมาจากพื้นข้างๆ ตัว แล้วเขียนเป็นภาษาจีนลงบนพื้นการทำแบบนี้ของพวกเรา จะสามารถหลอกโลกิได้จริงๆ เหรอ?เมื่อเห็นประโยคนี้ ซือเสี่ยวหนานก็ตกใจชั่วขณะ จากนั้นก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว‘เขากำลังทดสอบฉัน?!’ผู้ชายตรงหน้านี้ไม่ใช่เหลิ่งเซวียนอย่างแน่นอน แต่เป็นโลกิที่เข้าสิงเหลิ่งเซวียน ซือเสี่ยวหนานมั่นใจในจุดนี้แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือ หลังจากที่โลกิปิดบังความจริงที่ว่าตัวเองได้ลงมาสิงร่างเหลิ่งเซวียนแล้ว สิ่งแรกที่เขาทำก็คือใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเหลิ่งเซวียนกับเธอเพื่อทดสอบตัวเธอเอง!นอกจากนี้เขายังมีความ ‘ใส่ใจ’ อย่างมาก โดยใช้วิธีการเขียนด้วยกิ่งไม้เพื่อถาม แทนที่จะเป็นการสนทนาด้วยปากเปล่านี่เป็นเพราะโลกิรู้ดีในใจว่า หากซือเสี่ยวหนานและเหลิ่งเซวียนมีความคิดต่อต้านจริงๆ การแอบฟังด้วยหูเพียงข้างเดียวนั้นไม่สามารถสืบความลับอะไรได้เลย ช่องโหว่ที่สามารถหลบเลี่ยงได้นั้นมีมากเกินไปการใช้วิธีเขียนบนพื้นแทนการสนทนาด้วยปากเปล่า เป็นวิธีที่ง่ายและชัดเจนที่สุด……เขาคาดเดาไว้แล้วว่าทั้งสองคนจะต้องทำแบบนี้แน่นอนอันดับแรก เขาวางกับดักการแอบฟังที่แทบไม่มีประโยชน์ จากนั้นก็ใช้วิธีการเขียนเพื่อลดความระแวดระวังของซือเสี่ยวหนานให้ม