ิ่งนี้มาก่อนเลย……”“ในเมื่อเป็นสมบัติล้ำค่าจากแดนมนุษย์ ก็ย่อมเป็นสิ่งลี้ลับหายาก เจ้าไม่เคยได้ยินก็เป็นเรื่องปกติ” อวี้ติ่งเจินเหรินตบไหล่เขา“ไปกันเถอะ พวกเราควรไปนั่งประจำที่แล้ว อีกเดี๋ยวท้อสวรรค์ก็จะมาแล้ว……”เมื่อได้ยินประโยคหลัง ดวงตาของหลินชีเยี่ยฉายแววจำยอม ท้อสวรรค์เขาคงไม่มีโอกาสได้กินแล้วเมื่อทุกสิ่งที่นี่เป็นเพียงภาพตัดของเวลา ไม่มีตัวตนจริง แม้จะนำท้อสวรรค์มาวางตรงหน้าเขา สำหรับเขาก็คงเป็นเพียงเงาแสงที่ว่างเปล่า ไม่มีวาสนาจะได้ลิ้มรส……‘เดี๋ยวก่อน!’หลินชีเยี่ยหยุดฝีเท้ากะทันหันเขาเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันกลับไปมองพวกนางกำนัลที่ยืนยิ้มรับของขวัญอยู่ที่ประตู ดวงตาฉายแววไม่อยากเชื่อ‘เมื่อกี้……พวกเธอรับโทรศัพท์มือถือของฉันไปได้?’‘พวกเธอมีตัวตนจริงๆ เหรอ?’‘เป็นไปได้ยังไง?’‘ก้อนหินที่เตะไปก่อนหน้านี้ มีอยู่แล้วในเทือกเขาคุนหลุน เป็นเรื่องที่เข้าใจได้……แต่พวกนางกำนัลเหล่านี้ทำได้ยังไงถึงมีตัวตนจริง? พวกเธอไม่ใช่เงาลวงตาในภาพตัดของเวลาเหรอ?’‘หรือว่า พวกเธออยู่ในเทือกเขาคุนหลุนจริงๆ กันแน่? พวกเธอมีตัวตนอยู่จริงๆ เหรอ?’หลินชีเยี่ยมองดูนางกำนัลแต่งกายหรูหราเหล่านั้น ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกเหงื่อเย็นๆ ผุดซึมออกมาที่แผ่นหลัง มีความรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาเขาค่อยๆ หันหน้าไปมองยังสถานที่จัดงานชุมนุมท้อสวรรค์ที่คึกคักตรงหน้าถ้านางกำนัลเหล่านั้นไม่ได้เป็นแค่ภาพลวงตาทั้งหมด……แล้วในบรรดาเทพ