ียงชั่วพริบตา ไม่จำเป็นต้องใช้กลอุบายอะไรเลยอันชิงอวี๋รู้ดีว่าการกระทำของซือเสี่ยวหนานนั้น เป็นความพยายามที่จะรักษาชีวิตของเขาไว้นั่นหมายความว่าจุดยืนของซือเสี่ยวหนานไม่ใช่ ‘ฝ่ายชั่วร้าย’ อย่างแท้จริง หรือไม่ก็ตัวเธอเองอาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกบีบบังคับบางอย่างหลังจากเข้าใจทั้งหมดนี้แล้ว อันชิงอวี๋ก็รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรเขาสบตากับซือเสี่ยวหนานแวบหนึ่ง แล้วเบนสายตาออกพร้อมกันอย่างเข้าอกเข้าใจ จากนั้นก็รีบเดินไปยืนอยู่ข้างหลังซือเสี่ยวหนาน เหมือนเป็นคนรับใช้ตัวจริงสิงห์ไม่เคยเข้าต้าเซี่ยมาก่อน จึงไม่รู้จักผ้าคลุมของหน่วยพิทักษ์ราตรี เขาไม่สนใจอันชิงอวี๋ เดินตรงไปที่ช่องว่างของลวดลายทองสำริด แล้วย่อตัวลงตรวจสอบอย่างละเอียด“ทางเข้าถูกเปิดแล้ว มีคนเข้าไปก่อนพวกเรา” เขาหันกลับมามองอันชิงอวี๋แวบหนึ่ง “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”อันชิงอวี๋เงียบชั่วครู่ แล้วมองซือเสี่ยวหนานแวบหนึ่ง “มีผู้ชายใส่เสื้อสีเหลืองคนหนึ่งเปิดช่องว่างแล้วเดินเข้าไปเขายังถือใบไม้สีดำเจ็ดใบด้วย”เมื่อได้ยินประโยคหลัง ดวงตาของซือเสี่ยวหนาน ก็จ้องนิ่ง“ถือใบไม้สีดำเจ็ดใบงั้นเหรอ?” สิงห์ดูเหมือนจะไม่เข้าใจประโยคนี้ เขาส่ายหัวแล้วก้าวเท้าจะเดินเข้าไปในช่องว่าง “พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ไม่งั้นจะถูกเขาชิงไปก่อนจริงๆ”ซือเสี่ยวหนานตอบรับเสียงหนึ่ง แล้วพาอันชิงอวี๋กับเหลิ่งเซวียนตามไปที่ช่องว่างอย่างรวดเร็วเดินไปได้ครึ่งทาง เ