อกแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะสมนัก”ติงฉงเฟิงที่อยู่ข้างๆ พลันหยุดเท้ากลางอากาศ สีหน้าดูแข็งทื่อไปเล็กน้อย“หืม?” หลินชีเยี่ยหันหน้ามา มองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ “ทำไมล่ะ?”“ฉันเข้าใจว่าคุณต้องการใช้วิธีคัดออกทุกวันแบบนี้ เพื่อกระตุ้นศักยภาพของพวกเราให้มากที่สุด ให้สามารถเดินทางในเส้นทางที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้นี้ให้สำเร็จ แต่สำหรับหลายคนแล้ว มันไม่ยุติธรรม” ซูหยวนเอ่ยอย่างหนักแน่น“สมรรถภาพร่างกายไม่ควรเป็นมาตรฐานเดียวในการตัดสินว่าหน่วยพิทักษ์ราตรีมีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ตามที่ฉันทราบมา มีทหารใหม่หลายคนที่มีผนึกต้องห้ามที่ทรงพลัง แต่สมรรถภาพร่างกายกลับไม่แข็งแกร่งนัก ในสภาวะที่ต้องสะกดผนึกต้องห้ามไว้ การใช้แค่สมรรถภาพร่างกายมาตัดสินว่าพวกเขามีคุณสมบัติที่จะเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีหรือไม่ ดูจะเป็นการมองแค่ด้านเดียวไปหน่อย”หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วท่ามกลางพายุหิมะ ซูหยวนจ้องตาอีกฝ่ายเงียบๆ โดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย หลังจากผ่านไปสักพัก รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลินชีเยี่ย“ทุกสิ่งที่เธอพูดมา ฉันเข้าใจทั้งหมด เจ็ดวันนี้ไม่เคยเป็นเพียงแค่การทดสอบร่างกายอย่างเดียว……เหมือนที่ฉันบอกไว้ นี่ไม่ใช่การทดสอบ แต่เป็นการสอน และเนื้อหาของการสอน……เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”การสอน?เมื่อได้ยินสองคำนี้ ซูหยวนเบิกตากว้างเธอนึกขึ้นได้ว่า ตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน ครูฝึกหลินก็เคยพูดว่านี่เป็นการสอนครั้งสุดท้า