นทางทุ่งหิมะนี้ น่าจะเป็นช่วงที่ง่ายและสบายที่สุดของการเดินทางทั้งหมด แค่เดินข้ามไปก็พอ พวกเราจะพยายามเดินข้ามทุ่งหิมะและทะเลสาบน้ำแข็งให้ได้ภายในหนึ่งวัน แบบนี้ก็จะไม่ถูกคัดออกแน่นอน” ติงฉงเฟิงก้าวเท้าออกเดิน มุ่งไปข้างหน้าฟางโม่และซูหยวนตามมาติดๆเพิ่งเดินไปได้สองก้าว ฟางโม่ราวก็สึกถึงบางอย่าง หยุดเดินแล้วหันหลังกลับไปมอง เห็นซูเจ๋อยังยืนอยู่ที่เดิมคนเดียว ไม่ได้ขยับเขยื้อน“ซูเจ๋อ?”“ฉันคิดอย่างละเอียดแล้ว ฉันคิดว่าพวกเราไม่ควรเดินทางไปด้วยกัน” ซูเจ๋อเอ่ยปากอย่างจริงจัง “ฉันรู้จักสภาพร่างกายของตัวเองดี พวกนายสามคน แต่ละคนล้วนมีความสามารถที่จะเดินทางจนจบเส้นทางได้…แต่ฉันทำไม่ได้ แค่สภาพร่างกายขยะแบบฉัน อย่างมากก็ทนได้แค่หนึ่งถึงสองวัน แล้วก็คงจะเหนื่อยจนต้องคลานไปบนหิมะเหมือนหมาตาย ถ้าพวกเราเดินทางไปด้วยกัน พวกนายจะต้องชะลอฝีเท้าเพื่อรอฉันแน่ๆ แบบนี้ฉันก็จะกลายเป็นตัวถ่วงพวกนาย”ฟางโม่และคนอื่นๆ สบตากันแล้วส่ายหัว“นายไม่ใช่ภาระ” ฟางโม่พูดอย่างใจเย็น “ตอนที่เมืองหลวงวุ่นวาย นายเลือกที่จะอยู่ช่วยฉัน ตอนนี้ฉันก็ไม่มีทางทิ้งนายเหมือนกันนายเชื่อไหม ถึงพวกเราสามคนต้องผลัดกันแบกนาย ก็จะแบกนายขึ้นไปบนเขากงเก๋อให้ได้”เมื่อได้ยินประโยคนี้ มุมปากของซูเจ๋อพลันปรากฏรอยยิ้มบางๆ แต่ก็ยังโบกมือ “ฉันซาบซึ้งในความหวังดีของพวกนาย แต่ฉันซูเจ๋อยังต้องรักษาหน้าอยู่บ้าง… พวกนายไปเถอะ”เมื่อเห็นทั้งสามคนยังย