ืนอยู่ที่เดิม คิ้วของซูเจ๋อก็ขมวดเล็กน้อย แล้วทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหิมะ “ถ้าพวกนายไม่ไปฉันก็จะนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ขยับ ยังไงฉันก็ต้องถูกคัดออกอยู่แล้ว ถูกคัดออกคืนแรกหรือถูกคัดออกทีหลังก็ไม่ต่างกันหรอก”เมื่อเห็นซูเจ๋อ มีท่าทางมุ่งมั่นที่จะต่อสู้จนถึงที่สุด ฟางโม่และติงฉงเฟิงต่างก็มีสีหน้าลำบากใจ“ไม่ต้องสนใจเขาหรอก”ซูหยวนชายตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วหันหลังกลับไปโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ทๆ ลากตัวฟางโม่กับติงฉงเฟิงเดินออกไป พลางพูดเสียงเรียบว่า “เขาช่วยตัวเองไม่ได้ อย่าให้มาถ่วงคนอื่นเลย……พวกเราไปกันเถอะ”ฟางโม่กับติงฉงเฟิงถูกซูหยวนลากตัวออกไป ทั้งสองสบตากันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนเมื่อทั้งสามคนจากไป ใต้ท้องฟ้าที่มีแต่น้ำแข็งและหิมะเหลือแค่ซูเจ๋อนั่งอยู่บนพื้นเพียงลำพังกระทั่งมองไม่เห็นเงาร่างของพวกเขาอีกต่อไป ซูเจ๋อจึงยิ้มอย่างจนใจ แล้วลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ ปัดฝุ่นบนตัว ก่อนจะก้าวเท้าใหญ่ๆ เดินไปข้างหน้า……บนหน้าผาสูงชันหลินชีเยี่ยมองดูทุ่งหิมะกว้างใหญ่ไพศาลรอบๆ รู้สึกเบื่อหน่ายอยู่บ้างเส้นทางช่วงที่สามที่เขารับผิดชอบอยู่นั้น ยังห่างจากจุดที่ทหารใหม่ลงจอดอีกไกลพอสมควร ไม่ว่าจะใช้สายตาหรือพลังจิต ก็ไม่สามารถสำรวจสถานการณ์ที่ด้านหน้าสุดได้ แต่เมื่อเจียงเอ่อร์ผู้รับผิดชอบเส้นทางช่วงแรกไม่ได้ส่งข่าวอะไรมา ก็แสดงว่าทุกอย่างเป็นไปตามปกติเขาค่อยๆ หลับตาลง แล้วจมดิ่งจิตสำนึกเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเ