นท้องฟ้า“มีอะไรเหรอ?” เฉาเยวียนอุ้มจานผลไม้เดินมานั่งข้างๆ เขา“ท้องฟ้านี่……มันเปลี่ยนเร็วไปหน่อยหรือเปล่า?” เฉาเยวียนมองตามสายตาของอันชิงอวี๋ไปยังท้องฟ้าตอนนี้เป็นช่วงเช้าแล้ว แม้จะมีเมฆหนาทับถมอยู่เหนือเมืองหลวง แต่โดยรวมแล้วก็ยังสว่างอยู่แต่ทันใดนั้น ลมปีศาจอันบ้าคลั่งก็พัดกระหน่ำ กวนเมฆหนาราวกับแป้งเปียก ท้องฟ้ามืดลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงฟ้าร้องแว่วมาจากเหนือเมฆหิมะซู่ซ่า……หิมะจำนวนมากที่สะสมบนกิ่งไม้เปลือยเปล่าริมเรือนสี่ประสานร่วงหล่นลงพื้น ทรายและหินลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าตามลมปีศาจ…บนตึกสูงเกล็ดหิมะที่ทับถมบนร่างของเส้าผิงเกอปลิวว่อนตามลมปีศาจ เขาลืมตาข้างหนึ่งมองไปยังจุดหนึ่งในเมืองหลวงดวงตาเป็นประกายด้วยความประหลาดใจและสงสัย“พลังแรงมาก……มีสิ่งลี้ลับอีกตนหนึ่งมาถึงแล้วเหรอ? ทำไมต้องเป็นเวลานี้ด้วย?”สีหน้าของเขาหม่นหมองอย่างยิ่ง…สำนักงานใหญ่หน่วยพิทักษ์ราตรีในเมืองหลวงจั่วชิงถือถ้วยชาร้อนยืนอยู่หน้าหน้าต่างบานใหญ่บนตึกสูง มองไปยังเมฆหิมะที่กำลังม้วนตัวอยู่ไกลๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย“ล้มเหลวงั้นเหรอ……”จั่วชิงถอนหายใจยาวเฉินหานคือคนที่เขาเลือกมาจากอำเภออันถ่าด้วยตัวเอง และเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการรับช่วงต่อเมืองหลวง ในบรรดาคนรุ่นใหม่ของหน่วยพิทักษ์ราตรีทั่วทั้งต้าเซี่ยแม้ว่าการปล่อยให้เฉินหานลองรับช่วงต่อเมืองหลวงแบบนี้จะเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ต้าเซี่ยก็ไม่มีเวลามากนักแล้ว……ความสา