อยู่ที่นี่ได้?”“ฉันกำลังหาสิ่งลี้ลับเพื่อฝึกภาคปฏิบัติแถวนี้ ได้ยินเสียงดังมากจากที่นี่ ก็เลยแวะมาดู” สายตาของหลูเป่าโย่วตกลงบนบาดแผลบนตัวพยัคฆ์ขาว “น่าสมเพชจริงๆ……”“หลูเป่าโย่ว นายออกไปจากที่นี่ตอนนี้ยังทัน” ฟางโม่กัดฟันพูด “เลือดของฉันกระจายออกไปอีกแล้ว อีกสักพักสิ่งลี้ลับจะมารวมตัวกันที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ นายจะไม่รอด……หนีไปเถอะ”“หนีงั้นเหรอ?” หลูเป่าโย่วหัวเราะเยาะ “แม้แต่นายยังต่อสู้อยู่ แล้วตอนนี้จะให้ฉันเป็นทหารหนีทัพงั้นเหรอ?”หลูเป่าโย่วกำดาบตรงไว้ในมือ ค่อยๆ เดินไปหาชายไร้ศีรษะที่ถือดาบประหารสองเล่ม พูดอย่างสงบ “ฉันหลูเป่าโย่ว ไม่ใช่ทหารหนีทัพ”กรอบแกรบ!ผนึกเทวะที่มองไม่เห็นแผ่ขยายออก ดาบตรงในมือของหลูเป่าโย่วพลันอ้าปากใหญ่น่าเกลียด ราวกับปีศาจที่กำลังกัดกินความว่างเปล่าบนคมดาบอย่างบ้าคลั่ง ดูเหมือนจะสามารถเคี้ยวทุกสิ่งให้แหลกละเอียดได้ปีกทั้งหกด้านหลังของเขาสั่นไหว พุ่งเข้าหาชายไร้ศีรษะอย่างรวดเร็วเมื่อพยัคฆ์ขาวฟางโม่เห็นภาพนี้ ก็ขมวดคิ้วแน่น เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วร่างกายก็สั่นเล็กน้อย ร่างพยัคฆ์ขาวขนาดใหญ่เริ่มหดตัวลง และกลับเป็นแมวขาวตัวเล็กๆ อย่างรวดเร็วร่างกายของเขาไม่สามารถคงสภาพพยัคฆ์ขาวได้อีกต่อไป ตอนนี้รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว ไม่มีแรงเลยแม้แต่น้อยเขาค่อยๆ หันหน้าไปมองที่ไกลออกไป ใต้ก้อนเมฆที่ขอบฟ้า มีร่างน่ากลัวหลายร่างที่มีพลังพลุ่งพล่าน กำลังเคลื่อนที่เข้