“นี่……”ติงฉงเฟิงเงยหน้ามองเปลวไฟกึ่งโปร่งใสเหนือศีรษะ ดวงตาฉายแววฉงน“มันคือเปลวไฟแห่งชีวิต” ซูหยวนมองเปลวไฟกึ่งโปร่งใสที่กระโดดไปมาทั่วถนน เอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ “เปลวไฟเหล่านี้คือชีวิตที่เป็นรูปธรรม”ซูเจ๋อจ้องมองเปลวไฟของตัวเองครู่หนึ่ง สายตาตกลงบนศีรษะของฟางโม่ที่อยู่ข้างๆ เขาชะงักไปเล็กน้อย“แล้วทำไม… เขาถึงมีไฟสองกอง?”ติงฉงเฟิงและซูหยวนต่างตกตะลึง เงยหน้ามองไปที่ศีรษะของฟางโม่เหนือศีรษะของอีกฝ่ายมีเปลวไฟกึ่งโปร่งใสสองกองลุกโชนพร้อมกัน กองหนึ่งมีขนาดเท่าหัวแม่มือเหมือนกับของคนอื่นๆ ส่วนอีกกองมีขนาดเท่ากำปั้น ทั้งกองเป็นสีขาวบริสุทธิ์ แผ่รัศมีแสงและความร้อนที่น่าสะพรึงกลัวฟางโม่มองเปลวไฟแห่งชีวิตสองกองเหนือศีรษะแล้วจมอยู่ในความเงียบ“เอ๊ะ?” เฉินหานเหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติของอีกฝ่ายเช่นกัน เขาขมวดคิ้ว จากนั้นราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ มุมปากปรากฏรอยยิ้มบาง “ที่แท้นายก็คือ……”เฉินหานพูดได้ครึ่งเดียวก็หยุด จากนั้นก็ส่ายหัวแล้วถือดาบเดินไปอีกฝั่งของถนนพายุหิมะพัดกระหน่ำเฉินหานกวาดตามองไปรอบๆ ดวงตาลึกล้ำยิ่งขึ้น เขาค่อยๆ ยกดาบในมือขึ้น แล้วฟันอากาศอย่างไร้จุดหมายฟุ่บ!บนถนนที่มืดมิด เปลวไฟแห่งชีวิตที่ลุกโชนอยู่เหนือศีรษะของสิ่งลี้ลับขั้นฉือ ชวน และมหาสมุทรแปดตัวพลันดับวูบลงราวกับถูกเป่า ก่อนจะดับสนิทไปสิ่งลี้ลับทั้งแปดตัวดับสูญในพริบตาชีวิตช่างสั้นนักหลังจากฟันดาบออกไป เฉินหานก็หันกลับมาอ