และความตายอยู่ในมือของเขา ราวกับเป็นของเล่น” ติงฉงเฟิงพึมพำ “เขาเป็นใครกันแน่?”แสงไฟข้างถนนค่อยๆ ดับลง ท่ามกลางเกล็ดหิมะที่โปรยปราย ร่างที่สวมเสื้อคลุมทหารขี่ม้าทมิฬ ค่อยๆ เดินเข้ามาหาทั้งสี่คนทันใดนั้น กีบเท้าของม้าตัวนั้นก็หยุดชะงัก เฉินหานที่นั่งอยู่บนหลังมันดูเหมือนจะรู้สึกถึงบางสิ่ง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปยังตึกสูงไม่ไกลที่นั่น หุ่นโชว์รูปร่างมนุษย์บิดเบี้ยวกำลังคลานเข้ามาทางนี้เหมือนแมลงสาบพลังที่แผ่ออกมาจากมัน ไม่อาจเทียบได้กับพวกปลาซิวที่เจอก่อนหน้านี้…นั่นคือสิ่งลี้ลับขั้นอนันต์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวงมาเป็นเวลานาน“สิ่งลี้ลับระดับนี้ถูกดึงดูดมาที่นี่หมดแล้วสินะ……” เฉินหานขมวดคิ้วพึมพำครู่ต่อมา เขาก็หันกลับมาพูดกับคนทั้งสี่ที่ยืนอยู่บนพื้นหิมะ“พวกนายควรไปได้แล้ว”การต่อสู้กับขั้นอนันต์ เฉินหานย่อมไม่สบายเหมือนก่อนหน้านี้ หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวอาจทำให้ทหารใหม่ทั้งสี่คนถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พวกเขาที่อ่อนแอจะไม่มีทางรอดชีวิตในการต่อสู้ขั้นอนันต์ได้ฟางโม่และคนอื่นๆ มองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้า รีบออกจากถนนเส้นนี้อย่างรวดเร็วเฉินหานเห็นดังนั้นจึงละสายตาจากพวกเขา แล้วหันไปมองปลายถนนฟุ่บ!เงาดำประหลาดตกลงมาจากท้องฟ้า เหมือนแมงมุมสี่ขาที่คลานอยู่บนพื้นหิมะที่มืดสลัวคอของหุ่นโชว์รูปร่างมนุษย์บิดเล็กน้อย วิกผมสีดำปลิวไปด้านหลังตามลมหนาว ดวงตาสีขาวซีดจ้องมองชายในเสื้อคลุมทหารที่