สิ่งลี้ลับปรากฏขึ้นทีละตัว พลังที่แผ่ออกมาจากร่างเหล่านั้น แทบทั้งหมดอยู่ในขั้นชวนขึ้นไปส่วนคนทั้งสี่ที่ถูกล้อมไว้ ทั้งหมดเป็นทหารใหม่ขั้นฉือ ภายใต้การล้อมของสิ่งลี้ลับขั้นชวน หรือแม้แต่ขั้นมหาสมุทร พวกเขาเหมือนปลาบนเขียงที่รอถูกเชือดเท่านั้น“ตายแล้ว ต้องตายแน่ๆ” ซูเจ๋อพูดด้วยใบหน้าซีดเผือด “รู้งี้ตอนนั้นน่าจะไปนวดขาสักหน่อย……อย่างน้อยก็ได้ตายแบบสำราญ”ซูหยวนอดไม่ได้ที่จะมองเขาด้วยสายตาดูแคลนแต่ทันใดนั้น เธอก็เหมือนจะรู้สึกถึงบางอย่าง จึงอุทานเบาๆ แล้วหันไปมองอีกฝั่งของถนนตึก ตึก ตึก ตึก……เกล็ดหิมะร่วงหล่นลงบนถนนที่มืดมิดอย่างไร้เสียง เสาไฟสองข้างทางที่ดับไปแล้วพลันสว่างขึ้นอย่างน่าขนลุกเสียงรองเท้าบู๊ตเหยียบบนหิมะบางๆ ดังแผ่วเบา ชายคนหนึ่งในเสื้อคลุมทหาร มือถือดาบตรง เดินมาอย่างช้าๆท่ามกลางพายุหิมะทุกย่างก้าวของเขา เสาไฟที่ดับอยู่สองข้างทางจะสว่างขึ้นเป็นระยะ ทอดเงาลงบนพื้นหิมะแสงไฟสลัวค่อยๆ กลืนกินทั้งถนน กลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้นจนหายใจไม่ออกแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในนรกภูมิ ราวกับว่าชีวิตและความตายไม่ได้อยู่ในมือของตัวเอง“คลื่นชีวิตแข็งแกร่งมาก……” ซูหยวนพึมพำต่อหน้าพลังที่ไม่คุ้นเคยและแข็งแกร่งนี้ ร่างกายของฟางโม่และติงฉงเฟิงที่อยู่ใกล้ที่สุดพลันแข็งทื่อ พลังแห่งความมืดพลุ่งพล่านอยู่บนผิวหนังของพวกเขา ทำให้รู้สึกเหมือนตกลงไปในถ้ำน้ำแข็งคนๆ นี้คือใคร?คำถามนี้