นน้อยไม่ให้มองเห็นหมาป่า เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ละสายตาจากหลูเป่าโย่วแล้วหลับตาลงอย่างว่าง่ายเมื่อเห็นดังนั้น หลูเป่าโย่วจึงหันกลับไป ถือดาบเดินเข้าหาหมาป่าเจ็ดตา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา“คู่ซ้อมที่ไม่เลวเลย……”……บนตึกสูงเฉินหานจ้องมองเมืองเบื้องล่าง เงามืดค่อยๆ แผ่ขยายออกไปอย่างเงียบเชียบเขาลังเลชั่วขณะก่อนจะก้าวออกไป เสียงของเส้าผิงเกอก็ดังขึ้นอย่างเนิบนาบ“ไม่ต้องรีบ ตอนนี้พวกที่โผล่หัวออกมาล้วนเป็นปลาซิวปลาสร้อยทั้งนั้น พวกคนหนุ่มสาวก็รับมือได้ พวกหัวโจกตัวจริงยังซุ่มดูอยู่ในที่มืด พวกนั้นต่างหากคือเป้าหมายของคุณ”เฉินหานค่อยๆ ชักเท้าขวาที่ก้าวออกไปกลับมาในตอนนั้นเอง ความมืดของราตรีแผ่ขยายออกมาจากความว่างเปล่าเบื้องหลังทั้งสอง ร่างในผ้าคลุมสีแดงเข้มและแบกกล่องดำ ค่อยๆ เดินเข้ามา“หืม?” เส้าผิงเกอเลิกคิ้วขึ้นแล้วหันไปมอง เห็นใบหน้าคุ้นเคยนั้นก็ยิ้มพลางกล่าว “นายก็มาด้วยเหรอ?”“กินข้าวเสร็จแล้วรู้สึกเบื่อๆ ก็เลยออกมาสมทบครับ” หลินชีเยี่ยยิ้มน้อยๆ “อีกอย่าง ผมก็อยากรู้จักตัวตนของหัวหน้าคนใหม่ของหน่วยเมืองหลวงเหมือนกัน”เขาเพ่งมองเฉินหานที่สวมเสื้อโค้ตทหาร ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเฉินหานเห็นหลินชีเยี่ยก็ยืนตะลึงอยู่กับที่เช่นกันทั้งสองมองหน้ากันอยู่นาน หลินชีเยี่ยจึงเอ่ยด้วยความประหลาดใจ“เฉินหาน?”“ใช่ ฉันเอง” เฉินหานยิ้มอย่างจนใจ “แปลกใจเหรอ?”หลินชีเยี่ยพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดเป็นเ