โรงอาบน้ำออนเซ็น“สามแถว”“สองวง”“ผ่อง!”เสียงกระทบกันของไพ่นกกระจอกดังก้องอยู่ภายในห้องเล่นไพ่ภายในสถานบริการ ซูเจ๋อมองธนบัตรที่เหลือน้อยนิดตรงหน้าด้วยความขมขื่น“น้องสาว ให้พี่ยืมเงินอีกหน่อยสิ” เขายื่นมือไปทางซูหยวนพลางพูดอย่างน่าสงสารซูหยวนชายตามองอย่างรังเกียจ ก่อนจะหยิบธนบัตรปึกหนาตรงหน้าโยนไปให้ซูเจ๋อ “คิดดอกเบี้ยเป็นรายชั่วโมงตอนนี้นายเป็นหนี้ฉันสองร้อยหยวนแล้ว”“โธ่ ครอบครัวเดียวกัน จะมาคิดดอกเบี้ยกันทำไม? เกรงใจกันไปได้น้องสาว”“นายเป็นใครกัน? ฉันรู้จักนายด้วยเหรอ?”“ซูเจ๋อ น้องสาวนายจะตัดขาดกับนายแล้ว” ติงฉงเฟิงยั่วยุอย่างจริงจังซูเจ๋อ “……”ฟางโม่กำลังจั่วไพ่พลางมองพี่น้องคู่นี้โต้เถียงกัน มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยเขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นกะทันหัน จากนั้นประตูห้องเล่นไพ่นกกระจอกก็ถูกเปิดออก ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดทำงานยืนอยู่ที่ประตู พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“นายท่าน ต้องการนวดขาไหมคะ?”“ครับ!”ซูเจ๋อลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะ แต่ในวินาถัดมาก็ถูกซูหยวนใช้รองเท้าแตะฟาดล้มลงกับพื้นติงฉงเฟิงกะพริบตาปริบๆ มองไปทางฟางโม่ที่อยู่ด้านข้าง อีกฝ่ายยักไหล่อย่างงุนงง “ขาผมสบายดี”“……งั้นไม่เป็นไร ขอบคุณ”ติงฉงเฟิงตอบ หญิงสาวออกจากห้องไปซูเจ๋อลูบหน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะลุกขึ้นจากพื้น “ซูหยวน ทำไมเธอถึงตีฉันล่ะ! ฉันเป็นผู้ชายที่โตเต็มวัยแล้ว โสดมาสิบเก้าปี ฉันแค่อยากจะนวดขาหน่อย ฉันทำอะไรผิ