าเซี่ยก็จบลงแล้ว”“อ้อ แล้วพวกสัตว์ประหลาดบนดวงจันทร์นั่น ไม่ต้องสนใจจริงๆ หรือ?” ไท่อี่เจินเหรินถามอย่างกังวลราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้“ท่านเทียนจุนบอกว่า ในระยะสั้นนี้ไม่ต้องสนใจ” อวี้ติ่งเจินเหรินตอบ “พวกสัตว์ประหลาดที่พยายามจะแหกคอกออกมานั้น จะมีคนไปจัดการเอง……”……ดวงจันทร์ ภายใต้ห้วงอวกาศอันมืดมิดพื้นดินสีเทาขาวดูราวกับไร้ที่สิ้นสุด หลุมอุกกาบาตที่แตกกระจายอยู่รอบด้าน ดวงดาวนับพันพราวระยับบนท้องฟ้า ในจักรวาลอันเงียบสงัด มีร่างหนึ่งทะยานมาจากดาวเคราะห์สีฟ้าอย่างรวดเร็วณ จุดศูนย์กลางของหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมา มีร่างหนึ่งยืนอยู่ราวกับรูปปั้น ปีกสีขาวขนาดใหญ่หกปีกกางออกจากด้านหลัง ทั่วทั้งร่างเปล่งประกายศักดิ์สิทธิ์สีทอง!ทันใดนั้น ร่างที่ยืนตระหง่านมาเนิ่นนานไม่รู้กี่ปีพลันสั่นไหวเล็กน้อยดวงตาที่ปิดสนิทค่อยๆ เปิดขึ้น ดวงตาที่ดูราวกับเตาหลอมเผยออกมาสู่อากาศ แสงสว่างจากดวงตาแทบจะบดบังแสงอาทิตย์เบื้องหลัง พลังศักดิ์สิทธิ์อันไร้ที่สิ้นสุดแผ่ซ่านออกมาจากรอบกายของร่างนั้นลงมาสู่พื้นดินร่างนั้นหันศีรษะมองไปยังขอบฟ้าอีกด้านหนึ่งภายใต้ห้วงอวกาศที่ประดับด้วยดวงดาว มีชายชราในชุดดำค่อยๆ เดินเข้ามาในทันทีที่เขาปรากฏตัว ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายอยู่เหนือพื้นดินที่แตกร้าวพลันหยุดนิ่งกลางอากาศ แสงเงาหยุดนิ่งอยู่เบื้องหลังเขา ราวกับว่าเวลาถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราวเมื่อเห็นบุรุษผู้นั้น ดวงตาอันร้อนแรงราวกับเตาหลอมของม