ออกแรงมือที่ถือดาบศักดิ์สิทธิ์ ใบดาบขนาดมหึมาและศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆ ถูกดึงออกจากหลุมอุกกาบาตแสงสีทองวาบผ่าน [พิภพเทพ] ที่ปกคลุมพื้นผิวดวงจันทร์ก็ถอยกลับไปราวกับคลื่นน้ำ พื้นดินสีเทาขาวจางหายไปราวกับเป็นเงาลวงตา เหมือนไม่เคยมีอยู่มาก่อน ผืนดินสีดำไหม้และแตกร้าวขนาดใหญ่ปรากฏต่อสายตาของโครอนอส เส้นสายสีแดงปกคลุมอยู่บนนั้น ถักทอเข้าด้วยกัน ราวกับสร้างตราผนึกลึกลับบางอย่าง กดทับผืนดินสีดำไหม้ที่กำลังบิดเบี้ยวอยู่อย่างแน่นหนาดวงตาประหลาดมากมายเปิดขึ้นบนพื้นดิน ลูกตาสีขาวซีดหมุนพร้อมกัน จ้องมองโครอนอสที่ยืนอยู่บนผืนดินสีดำไหม้ด้วยความอาฆาตและน่าขนลุกนี่คือสภาพที่แท้จริงของดวงจันทร์ที่อยู่ภายใต้ [พิภพเทพ]“ช่างน่าขยะแขยงจริงๆ” โครอนอสหลบสายตาเหล่านี้ แล้วมองไปยังหุบเหวที่แตกร้าวไม่ไกลออกไป“นั่นคือช่องว่างของตราผนึกใช่หรือไม่?”“ใช่” มิคาเอลพูดอย่างช้าๆ “ช่องว่างของตราผนึกนี้ ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันจากภายนอกเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อนและพลังที่ทำให้มันแตกร้าวนั้นมาจากโลก”“เจ้าหมายความว่า มีคนบนโลกพยายามทำลายตราผนึกของดวงจันทร์ เพื่อปล่อยสัตว์ประหลาดเหล่านี้ออกมางั้นหรือ?” โครอนอสขมวดคิ้วแน่น “แต่ในบรรดาเทพเจ้าทั้งหมด ควรจะมีแค่เทพสูงสุดไม่กี่องค์เท่านั้นที่รู้ความจริงเกี่ยวกับดวงจันทร์……”โครอนอสพูดพลางเดินไปที่ขอบหุบเหว ก้มลงมองไปข้างล่าง มลพิษมหาศาลผสมกับเสียงกระซิบประหลาดพลุ่งขึ้นมาจากหุบเหว พุ่งตรง