นที่กระจายอยู่ทั่วที่ราบฟ้าสูงถูกกวาดล้างอย่างรวดเร็ว จนแตกกระเจิงไปในพริบตาพื้นดินสั่นสะเทือน พลังเทวะกวาดไปทั่วบนพื้นดินที่แตกสลาย คนทั้งสามที่นั่งอยู่บนจักรยานไฟฟ้าคันเล็กๆ แล่นผ่านระหว่างเวทมนตร์ที่เต็มฟ้าและฝูงกูล อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงหน้ากากหวังเอ่ยอย่างงงงวย “สามท่านนี้คือ……”หลินชีเยี่ยกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง บนพื้นดินที่ห่างออกไป ร่างหนึ่งสวมเสื้อคลุมเต๋าสีน้ำเงิน มือถือกระบี่วิเศษกำลังก้าวเดินท่ามกลางฝูงกูลที่แตกกระเจิง มุ่งหน้ามาทางพวกเขาลู่อู๋เหวยรีบเหยียบเบรกทันทีนักพรตผู้นั้นหยุดยืนอยู่หน้ารถ แสงกระบี่ล้อมรอบตัวเขา บดขยี้เหล่ากูลที่คำรามอยู่รอบๆ ให้แหลกเป็นชิ้นๆสายฝนสีเลือดโปรยปราย สายตาจับจ้องบนตัวหลินชีเยี่ย แล้วค่อยๆ เอ่ยปาก“เจ้าคือหลินชีเยี่ยใช่หรือไม่?”หลินชีเยี่ยชะงักไปชั่วขณะ“ใช่ครับ ท่านคือ……”“ข้าคืออวี้ติ่ง” นักพรตผู้นั้นโค้งคำนับเล็กน้อยพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หลายปีมานี้ ต้องขอบคุณที่เจ้าช่วยดูแลศิษย์ของข้า”อวี้ติ่ง?อวี้ติ่งเจินเหริน หนึ่งในสิบสองเซียนคุนหลุน?ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของหลินชีเยี่ยทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงถ้าคนตรงหน้านี้เป็นหนึ่งในสิบสองเซียนคุนหลุน ตัวตนของอีกสองร่างก็คงเดาได้ไม่ยาก……หากว่าหลินชีเยี่ยเดาไม่ผิด คนที่ถือตราพลิกสวรรค์น่าจะเป็นก่วงเฉิงจื่อที่เป็นหนึ่งในสิบสองเซียนคุนหลุนเช่นกัน ส่วนคนที่ถือแผนที่ภูผาแม่น้ำก