ล้เซียวเหยียนในระยะสามเชียะ (ประมาณ 1 เมตร) ก็จะถูกสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาจับจ้องอย่างเข้มงวด
นี่ก็ทำให้บ่าวรับใช้ในสวนแอบร้องทุกข์ในใจ ทุกครั้งที่มารายงานเรื่องราวกับคุณชายน้อย ก็จะตัวสั่นงันงก ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น จนแทบจะกลายเป็นคนเก็บตัวไปแล้ว
เมื่อเห็นเซียวเหยียนเดินมา เยว่ชิงเหอที่กำลังฝึกกระบี่ก็ทำปากยื่นเล็กน้อย เอียงตัวไปอีกทางหนึ่ง ราวกับไม่ต้องการให้เขาเห็น
เซียวเหยียนมองท่าทางที่น้อยใจและขุ่นเคืองของนาง ก็ยิ้มออกมา เขาเรียกให้คนรับใช้ย้ายม้านั่งเล็กๆ มาตัวหนึ่ง แล้วยกขนมและผลไม้สดมานั่งกินอยู่ข้างๆ
“ฝึกกระบี่สามใจสองใจเช่นนี้ เจ้าเอาชนะคนอื่นไม่ได้หรอกนะ” เซียวเหยียนเห็นเด็กสาวตวัดกระบี่อย่างสับสน เห็นได้ชัดว่าใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ก็กล่าวอย่างยิ้มแย้ม
ขอบตาของเยว่ชิงเหอพลันแดงขึ้นเล็กน้อย นางหยุดกระบี่ลง ก้มหน้ากล่าว “หากพี่เหยียนสามารถฝึกยุทธ์ได้ก็คงจะดี ด้วยความฉลาดของท่าน การฝึกเพลงกระบี่จะต้องเหนือกว่าข้าอย่างแน่นอน และกลายเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด”
หลังจากฝึกฝนที่ลานประลองยุทธ์มาหนึ่งปี เยว่ชิงเหอเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับอายุที่มากขึ้น สติปัญญาก็เริ่มเป็นผู้