ใหญ่ นางค่อยๆ เข้าใจว่าทำไมตอนที่วัดกระดูกเสร็จแล้ว ผู้ใหญ่เหล่านั้นถึงได้มองเซียวเหยียนด้วยสายตาเช่นนั้น และก็เข้าใจว่าในปีนั้น เซียวเหยียนได้สูญเสียอะไรไป
เมื่อได้ยินคำพูดของเยว่ชิงเหอ คิ้วของเซียวอันก็ขมวดเล็กน้อย ในส่วนลึกของดวงตาที่ไร้ซึ่งความผันผวน ปรากฏร่องรอยของความเสียดายและเจ็บปวด นี่ก็คือความเสียใจของตระกูลเซียว และเป็นความเสียใจของขุนศึกอาญายุทธ์มิใช่หรือ!
เซียวเหยียนรู้สึกจนใจอยู่บ้าง ตนเองยังไม่ทันจะเศร้าเลย เด็กหญิงน้อยคนนี้กลับเสียใจไปก่อนแล้ว
“อย่าพูดเช่นนั้นเลย” เซียวเหยียนปลอบใจ “ฝึกกระบี่มันน่าเบื่อจะตาย เจ้าดูเจ้าสิ ทุกวันต้องตากแดดตากลม ทนร้อนทนหนาว จะเหนื่อยขนาดไหนกัน สู้ข้าก็ไม่ได้ ฤดูร้อนก็นั่งกินแตงโมแช่เย็นในศาลาพลางเล่นหมากไปพลาง ฤดูหนาวก็ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ นอนจนตะวันโด่ง นี่แหละถึงจะเรียกว่าความสุข!”
เซียวอันอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเจ้าเด็กนี่แวบหนึ่ง ดูเหมือนว่านี่จะเป็นคำพูดจากใจจริงของเขา ไม่มีขุนศึกอาญายุทธ์อยู่ข้างกาย เหล่าฮูหยินจากเรือนอื่นก็ไม่สะดวกที่จะสั่งสอนอย่างเข้มงวด ตอนที่เขากลับมาก็สังเกตเห็นแล้วว่า นิสัยของเด็กคนนี้เริ่มจะขี้เล่นไม่เอาจริงเ