ัง“หนูน้อย ขอฉันดูเขาหน่อยได้ไหม?” หลินชีเยี่ยเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ฉันเป็นสหายของเขา”เมื่อได้ยินประโยคนี้ เด็กหญิงตัวน้อยชะงักไป หลังจากลังเลอยู่ชั่วขณะ เธอก็พยักหน้าและคลายอ้อมกอดที่โอบยูริ ทากิชิโระไว้หลินชีเยี่ยพยุงร่างของยูริ ทากิชิโระไว้ ตรวจดูสภาพของอีกฝ่ายคร่าวๆ คิ้วขมวดเล็กน้อย……แย่มากแม้ว่ายูริ ทากิชิโระจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ฤทธิ์ยาในร่างกายของเขาก็แทบจะหมดลงแล้ว ข้อบกพร่องทางพันธุกรรมที่แฝงอยู่ในร่างกายของเขากำเริบขึ้นอย่างเต็มที่ พลังชีวิตกำลังค่อยๆ สูญสิ้นไป……ทุกอย่างดูเหมือนจะย้อนกลับไปเป็นเหมือนตอนที่ทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพียงแต่ครั้งนี้ พวกเขาไม่มียาที่จะใช้ระงับข้อบกพร่องนี้ได้อีกแล้ว วิธีเดียวที่ทำได้คือรอให้อันชิงอวี๋นำยาที่พัฒนาเสร็จแล้วกลับมา เพื่อช่วยชีวิตยูริ ทากิชิโระ โชคดีที่พวกเขากำลังอยู่บนเส้นทางแล้วหลินชีเยี่ยสูดหายใจลึก ค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น ดวงตากวาดมองผู้คนตรงหน้ารอยแยกสีเลือดบนท้องฟ้าขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กูลสองตัวลงมาในเมือง เสียงร้องไห้และคำรามดังมาแต่ไกล ชาวบ้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างอยากหันหลังหนีเอาชีวิตรอด“หยุด” หลินชีเยี่ยเอ่ยเสียงเรียบร่างของพวกเขาหยุดชะงักอยู่กับที่“เมื่อกี้… ใครเป็นคนขว้างหินใส่เขา?” หลินชีเยี่ยชี้ไปยังยูริ ทากิชิโระที่หมดสติ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาตอนที่เหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้น หลินชีเยี่ยกำลังขับรถเข้าเมืองโอซาก้าพอดี แม้